ผงโกโก้ที่ดูเหมือนกันบนชั้นวางอาจให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันมากเมื่อนำไปใช้จริง — โกโก้แท้ 100% ให้รสขมและกลิ่นลึก เหมาะกับเบเกอรีและคนชอบปรับรสเอง ส่วนโกโก้ปรุงสำเร็จชงง่ายแต่ควบคุมความหวานได้น้อยกว่า การรู้ว่าใช้โกโก้เพื่ออะไรก่อนซื้อช่วยได้มาก บทความนี้รวบรวมความหมาย ประเภท วิธีเลือก ยี่ห้อแนะนำ และข้อควรระวังสำหรับทั้งคนชงดื่มและสายเบเกอรี
โกโก้คืออะไร
ความหมายของโกโก้
วัตถุดิบจากเมล็ดโกโก้ที่นำมาแปรรูปเป็นผงโกโก้ ช็อกโกแลต และเครื่องดื่มต่างๆ
โกโก้มาจากเมล็ดของต้นโกโก้ (Theobroma cacao) ที่ผ่านการหมัก อบ บด และแยกไขมันออกได้เป็นผงโกโก้ ไขมันที่แยกออกคือโกโก้บัตเตอร์ที่ใช้ในการทำช็อกโกแลต ผงโกโก้ที่เหลือมีสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นหอมเฉพาะตัว และรสขมที่เป็นเอกลักษณ์ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องผงโกโก้และกระบวนการผลิตได้ที่ KC Interfoods ผงโกโก้คืออะไร
โกโก้ใช้ทำเมนูอะไรได้บ้าง
ใช้ชงเครื่องดื่มร้อน เย็น ทำเบเกอรี ขนมหวาน ไอศกรีม และเมนูช็อกโกแลต
โกโก้เป็นวัตถุดิบที่ใช้ได้กว้างมาก ตั้งแต่โกโก้ร้อนและเย็นง่ายๆ ไปจนถึงบราวนี เค้กช็อกโกแลต คุกกี้ มูส ไอศกรีม และซอสช็อกโกแลต แต่ละเมนูต้องการโกโก้คุณสมบัติต่างกัน
ทำไมโกโก้ถึงเป็นวัตถุดิบที่ควรมีติดครัว
ใช้งานได้หลากหลาย เก็บได้นาน และปรับรสชาติได้ตามความชอบ
ผงโกโก้แห้งเก็บในที่เย็นแห้งได้นาน 1–2 ปี ราคาต่อกรัมต่ำกว่าช็อกโกแลตมาก และให้ทั้งสีและรสช็อกโกแลตที่จำเป็นสำหรับเมนูหลากหลาย
ผงโกโก้คืออะไร
ลักษณะของผงโกโก้
เป็นผงที่ได้จากการแปรรูปเมล็ดโกโก้ ให้สี กลิ่น และรสขมเข้มเป็นเอกลักษณ์
ผงโกโก้ที่ดีมีสีน้ำตาลเข้มถึงน้ำตาลอมแดง กลิ่นหอมช็อกโกแลตชัดเจน และรสขมที่มีความลึก เนื้อผงละเอียดไม่จับตัวเป็นก้อน ปริมาณไขมันโกโก้ที่เหลืออยู่ในผงส่งผลต่อความหอมและความเข้มข้นของรสชาติ
ผงโกโก้แท้ต่างจากโกโก้ปรุงสำเร็จอย่างไร
ผงโกโก้แท้มักไม่มีน้ำตาล ส่วนโกโก้ปรุงสำเร็จอาจมีสารให้ความหวานหรือส่วนผสมอื่น
สังเกตง่ายๆ คือผงโกโก้แท้ที่ไม่มีน้ำตาลจะขมมากเมื่อลองชิมตรงๆ ส่วนโกโก้ปรุงสำเร็จจะหวานหรือมีรสหวานนำ ดูส่วนผสมบนฉลากเสมอเพราะนี่คือความแตกต่างที่สำคัญที่สุด
ผงโกโก้เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนชอบชงโกโก้เอง คนทำขนม คนรักสุขภาพ และคนที่ต้องการควบคุมความหวาน
ผงโกโก้แท้ให้อิสระในการควบคุมทั้งความหวาน ความเข้ม และปริมาณที่ใช้ เหมาะที่สุดสำหรับคนที่ต้องการปรุงรสเองหรือทำขนมที่ต้องการรสช็อกโกแลตชัดเจน
ประเภทของผงโกโก้ที่ควรรู้
ผงโกโก้แท้ 100%
เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมรสชาติเองและใช้ได้ทั้งเครื่องดื่มกับเบเกอรี
โกโก้แท้ 100% ไม่มีส่วนผสมเพิ่มเติม ให้กลิ่นและรสช็อกโกแลตที่ลึกและซับซ้อนที่สุด เหมาะกับทั้งชงดื่มและเบเกอรี แต่ต้องเติมความหวานเองทุกครั้ง ดูข้อมูลความแตกต่างของผงโกโก้แต่ละประเภทเพิ่มเติมได้ที่ Markrin Chocolate ความแตกต่างของผงโกโก้แต่ละแบบ
ผงโกโก้ Dutch Process
ผ่านกระบวนการที่ช่วยให้สีเข้ม กลิ่นชัด และรสละมุนขึ้น
Dutch Process หรือ Alkalized Cocoa คือโกโก้ที่ผ่านการปรับค่า pH ด้วยด่าง ทำให้สีเข้มขึ้น รสขมลดลงและละมุนกว่า กลิ่นช็อกโกแลตชัดและเข้มข้น นิยมมากในเบเกอรีระดับมืออาชีพ
ผงโกโก้สูตรไม่มีน้ำตาล
เหมาะกับคนควบคุมน้ำตาล คนรักสุขภาพ หรือคนที่ต้องการปรุงรสเอง
โกโก้ไม่มีน้ำตาลอาจเป็นโกโก้แท้หรือโกโก้ที่เติมสารให้ความหวานอย่างสตีเวียหรืออิริทริทอลแทน อ่านฉลากให้ดีว่าไม่มีน้ำตาลแบบไหน เพราะบางสูตรอาจยังมีน้ำตาลในรูปแบบอื่น
ผงโกโก้ปรุงสำเร็จ
เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก ชงง่าย และได้รสชาติค่อนข้างคงที่
โกโก้ปรุงสำเร็จมีน้ำตาลและส่วนผสมอื่นเพิ่มมาด้วย ชงกับน้ำร้อนหรือนมได้ทันทีโดยไม่ต้องปรับรสมาก แต่ควบคุมความหวานได้น้อยกว่าและมักมีต้นทุนต่อแก้วสูงกว่าโกโก้แท้
วิธีเลือกโกโก้ให้เหมาะกับการใช้งาน
เลือกจากเมนูที่ต้องการทำ
หากชงดื่มควรเลือกแบบละลายง่าย ส่วนทำเบเกอรีควรเลือกแบบสีเข้มและกลิ่นชัด
โกโก้สำหรับชงดื่มต้องละลายได้ดีในน้ำร้อนหรือนมโดยไม่จับตัวเป็นก้อน โกโก้สำหรับเบเกอรีต้องให้สีเข้มและกลิ่นช็อกโกแลตที่ทนต่อการอบ ไม่ใช่ว่าโกโก้ชงดื่มจะให้ผลลัพธ์ที่ดีในการอบเสมอไป
เลือกจากความเข้มข้นของรสโกโก้
คนชอบรสเข้มควรเลือกผงโกโก้แท้หรือสูตรที่มีรสขมปลายชัด
ปริมาณไขมันโกโก้ในผงมีผลต่อความเข้มข้นของรสชาติ โกโก้ที่มีไขมันโกโก้สูงกว่ามักให้รสหอมและเข้มข้นกว่า ดูเปอร์เซ็นต์ไขมันบนฉลากถ้าต้องการโกโก้ที่รสเข้ม
เลือกจากสีของผงโกโก้
สีของโกโก้มีผลต่อสีของเครื่องดื่ม ขนม และเบเกอรีที่ทำออกมา
โกโก้สีน้ำตาลอ่อนเป็นโกโก้ธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรับ pH โกโก้สีน้ำตาลเข้มหรือเกือบดำมักเป็น Dutch Process ที่ให้สีเข้มและกลิ่นช็อกโกแลตเข้มกว่า
เลือกจากปริมาณไขมันโกโก้
ไขมันโกโก้มีผลต่อความหอม ความเข้มข้น และเนื้อสัมผัสของเมนู
ผงโกโก้แบ่งตามไขมันเป็น Low-fat (ไขมัน 10–12%) และ High-fat (ไขมัน 20–24%) โกโก้ High-fat ให้รสหอมและเนื้อสัมผัสที่ดีกว่าในเบเกอรี แต่ราคาสูงกว่าและเก็บรักษายากกว่าเล็กน้อย
เลือกจากส่วนผสมของน้ำตาล
ผู้ที่ต้องการคุมหวานควรเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาลหรือสูตรที่ใช้สารให้ความหวานแทน
อ่านรายการส่วนผสมจากบนลงล่าง ถ้าน้ำตาลอยู่ในรายการแรกๆ แสดงว่ามีน้ำตาลสูง สำหรับโกโก้สุขภาพหรือคีโตควรเลือกสูตรที่ระบุชัดว่าไม่มีน้ำตาลหรือใช้สารให้ความหวานแบบระบุชนิด
เลือกจากราคาและความคุ้มค่า
ควรดูปริมาณ ราคาเฉลี่ยต่อกรัม และความเหมาะสมกับการใช้งานจริง
คำนวณราคาต่อกรัมก่อนเสมอ โกโก้ถุงใหญ่ที่ราคาต่อกรัมต่ำกว่าคุ้มค่ากว่าถ้าใช้บ่อย แต่ถ้าใช้น้อยก็ซื้อขนาดเล็กเพื่อให้ใช้ทันก่อนกลิ่นเสื่อม
โกโก้สำหรับชงเครื่องดื่มควรเลือกแบบไหน
โกโก้สำหรับชงร้อน
ควรเลือกผงโกโก้ที่มีกลิ่นหอม ละลายง่าย และให้รสเข้มกลมกล่อม
โกโก้ร้อนที่ดีต้องละลายได้สม่ำเสมอในนมร้อนโดยไม่มีก้อน เทคนิคง่ายๆ คือผสมผงโกโก้กับน้ำตาลและน้ำเล็กน้อยให้เป็นเพสต์ก่อน แล้วค่อยเติมนมร้อนลงไป วิธีนี้ช่วยให้โกโก้ละลายได้สม่ำเสมอกว่า
โกโก้สำหรับชงเย็น
ควรเลือกผงโกโก้ที่ให้สีชัด รสเข้ม และเข้ากับนมหรือน้ำแข็งได้ดี
สำหรับโกโก้เย็นที่ต้องการสีน้ำตาลเข้มสวยและรสชาติชัด ควรเลือก Dutch Process หรือโกโก้สีเข้ม ผสมโกโก้กับน้ำร้อนเล็กน้อยให้ละลายก่อนแล้วเติมน้ำแข็งและนมเย็นเพื่อให้กลิ่นออกมาเต็มที่
โกโก้สำหรับเมนูสุขภาพ
ควรเลือกสูตรไม่มีน้ำตาล หรือสูตรที่ใช้สตีเวียแทนความหวาน
โกโก้แท้ 100% ที่ไม่มีน้ำตาลและชงกับนมอัลมอนด์หรือนมโอ๊ตเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพ ให้รสช็อกโกแลตที่ดีโดยไม่เพิ่มน้ำตาลหรือแคลอรีมาก
โกโก้สำหรับคนชอบรสเข้ม
ควรเลือกโกโก้แท้ 100% หรือโกโก้ที่มีความขมปลายและกลิ่นชัด
คนที่ชอบกาแฟดำหรือดาร์กช็อกโกแลตมักชอบโกโก้รสเข้มที่มีความขมปลาย เลือกโกโก้ที่มีไขมันโกโก้สูงและไม่ผ่านการปรับให้ละมุนมากเกินไป
โกโก้สำหรับทำเบเกอรีควรเลือกแบบไหน
โกโก้สำหรับเค้กและบราวนี
ควรเลือกผงโกโก้ที่ให้สีเข้ม กลิ่นหอม และรสช็อกโกแลตชัด
เค้กช็อกโกแลตและบราวนีที่สีเข้มสวยต้องใช้ Dutch Process หรือโกโก้สีเข้มที่ไขมันโกโก้สูง โกโก้ธรรมชาติสีอ่อนให้เค้กสีน้ำตาลอ่อนที่ดูไม่เข้มเท่ากัน ดูข้อมูลการเลือกใช้ผงโกโก้ในเบเกอรีเพิ่มเติมได้ที่ Know How Bake ผงโกโก้สำหรับเบเกอรี
โกโก้สำหรับคุกกี้และขนมอบ
ควรเลือกผงโกโก้ที่เข้ากับเนย แป้ง และน้ำตาลได้ดี
คุกกี้ช็อกโกแลตต้องการโกโก้ที่กลิ่นทนความร้อนสูง Dutch Process ให้กลิ่นที่คงอยู่หลังอบดีกว่าโกโก้ธรรมชาติ และให้สีที่เข้มสม่ำเสมอแม้จะผสมกับวัตถุดิบอื่น
โกโก้สำหรับขนมหวานและไอศกรีม
ควรเลือกผงโกโก้ที่ให้รสเข้มและไม่มีกลิ่นแต่งเติมรบกวน
ไอศกรีมช็อกโกแลตและมูสต้องการโกโก้ที่รสชาติบริสุทธิ์ไม่มีกลิ่นแต่งเพิ่ม เพราะความเย็นอาจทำให้กลิ่นแปลกๆ ชัดขึ้นได้ โกโก้แท้คุณภาพดีให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับเมนูกลุ่มนี้
โกโก้สำหรับทำเมนูขาย
ควรเลือกยี่ห้อที่รสชาติคงที่ ราคาเหมาะสม และใช้ได้หลายเมนู
ร้านที่ขายเมนูโกโก้ต้องการวัตถุดิบที่รสชาติสม่ำเสมอทุกถุงและทุก lot การใช้โกโก้ยี่ห้อเดิมช่วยให้รสชาติของเมนูคงที่และลดความเสี่ยงที่ลูกค้าจะรู้สึกว่ารสชาติเปลี่ยน
แนะนำโกโก้ยี่ห้อน่าใช้ตามการใช้งาน
Cocoa Dutch
เหมาะกับคนที่ต้องการผงโกโก้แท้ 100% เข้มข้น ชงง่าย และใช้ทำขนมได้
Cocoa Dutch เป็นหนึ่งในโกโก้แท้ที่นิยมในไทย ผ่านกระบวนการ Dutch Process ที่ให้สีเข้มและกลิ่นช็อกโกแลตชัด ใช้ได้ทั้งชงดื่มและทำขนม ดูรีวิวและเปรียบเทียบโกโก้หลายยี่ห้อเพิ่มเติมได้ที่ MyBest รวมผงโกโก้ยี่ห้อดีที่นิยม
ทิวลิป
เหมาะกับสายเบเกอรีที่ต้องการผงโกโก้สีเข้มและมีไขมันโกโก้สูง
ทิวลิปเป็นแบรนด์ที่นักทำขนมไทยรู้จักดี มีทั้งโกโก้สีอ่อนและสีเข้ม ไขมันโกโก้สูงให้รสหอมและเนื้อสัมผัสของขนมที่ดีกว่า เหมาะสำหรับเบเกอรีจริงจังมากกว่าชงดื่ม
KOKOA HUT
เหมาะกับคนกินคีโต วีแกน มังสวิรัติ หรือคนที่ต้องการโกโก้ไม่มีน้ำตาล
KOKOA HUT มีสูตรที่ออกแบบสำหรับกลุ่มสุขภาพโดยเฉพาะ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีสารกันบูด เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำตาลและปรุงรสเองตามต้องการ
Van Houten
เหมาะกับคนที่ต้องการโกโก้พรีเมียม รสหอมกลมกล่อม และเข้มข้น
Van Houten เป็นแบรนด์โกโก้จากเบลเยียมที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นผู้บุกเบิกกระบวนการ Dutch Process ให้รสช็อกโกแลตที่ลึกและซับซ้อน เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ
ทิวลิป โกลด์
เหมาะกับคนที่ต้องการโกโก้ Dutch Process สำหรับทำเครื่องดื่มและขนมหวาน
ทิวลิป โกลด์ เป็นรุ่นที่ผ่าน Dutch Process ที่ให้สีเข้มกว่ารุ่นปกติ กลิ่นหอมชัดและรสช็อกโกแลตเข้มข้น เหมาะสำหรับทั้งเครื่องดื่มช็อกโกแลตสีเข้มสวยและขนมหวาน
เฮอร์ชีส์
เหมาะกับคนที่ต้องการโกโก้สูตรธรรมชาติไม่หวาน ใช้ได้ทั้งเครื่องดื่มและขนม
Hershey’s Cocoa เป็นแบรนด์อเมริกันที่รู้จักดี มีทั้งสูตรธรรมชาติและ Dutch Process ให้เลือก รสชาติคุ้นเคยและหาซื้อได้ง่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
โดรสเต้
เหมาะกับคนที่ต้องการโกโก้นำเข้ากลิ่นหอมเข้ม ใช้ได้ทั้งชงดื่มและทำเบเกอรี
Droste เป็นแบรนด์โกโก้เนเธอร์แลนด์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี ผ่าน Dutch Process ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสช็อกโกแลตที่กลมกล่อม นิยมในหมู่คนทำขนมและบาริสต้า
Dreamy ดรีมมี่
เหมาะกับคนที่ต้องการโกโก้คุ้มค่า สีเข้ม และใช้ทำขนมได้ดี
Dreamy เป็นตัวเลือกราคาจับต้องได้ที่ให้สีเข้มและรสชาติดีพอสมควร เหมาะสำหรับคนที่ใช้โกโก้ปริมาณมากในการทำขนมและต้องการควบคุมต้นทุน
equal
เหมาะกับคนรักสุขภาพที่ต้องการโกโก้ปรุงสำเร็จแบบไม่เติมน้ำตาล
Equal มีผลิตภัณฑ์โกโก้สูตรไม่มีน้ำตาลที่ใช้สารให้ความหวานแทน เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกของโกโก้ปรุงสำเร็จแต่ยังต้องการควบคุมปริมาณน้ำตาล
INTERFOODS
เหมาะกับคนที่ต้องการโกโก้สีเข้ม ไม่มีน้ำตาล ไม่แต่งกลิ่น และใช้ได้หลายเมนู
INTERFOODS เป็นผงโกโก้อุตสาหกรรมคุณภาพดีที่นิยมใช้ในร้านอาหารและร้านเบเกอรี รสชาติคงที่ สีเข้มสม่ำเสมอ และราคาคุ้มค่าสำหรับคนใช้ปริมาณมาก
โกโก้สำหรับสายสุขภาพและคีโต
เลือกโกโก้ที่ไม่มีน้ำตาล
ช่วยให้ควบคุมความหวานและปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มได้ดีขึ้น
โกโก้แท้ 100% ที่ไม่มีส่วนผสมเพิ่มเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนควบคุมน้ำตาล ให้รสช็อกโกแลตที่แท้จริงโดยสามารถเลือกเติมสารให้ความหวานที่เหมาะกับแนวทางการกินของตัวเองได้
เลือกโกโก้ที่ไม่มีสารปรุงแต่งที่ไม่จำเป็น
เหมาะกับคนที่ต้องการวัตถุดิบเรียบง่ายและนำไปปรุงเอง
อ่านส่วนผสมบนฉลากทุกครั้ง โกโก้ที่ดีสำหรับสายสุขภาพควรมีส่วนผสมสั้นๆ คือโกโก้เท่านั้นหรือโกโก้บวกกับสารให้ความหวานที่ระบุชนิดชัดเจน
เลือกโกโก้ที่เหมาะกับคีโต วีแกน หรือมังสวิรัติ
ควรตรวจสอบส่วนผสมและเลือกสูตรที่สอดคล้องกับรูปแบบการกินของตัวเอง
โกโก้แท้จากเมล็ดโกโก้ล้วนเหมาะกับทั้งคีโต วีแกน และมังสวิรัติโดยธรรมชาติ แต่โกโก้ปรุงสำเร็จบางสูตรอาจมีผลิตภัณฑ์นมหรือส่วนผสมที่ไม่เหมาะ ควรตรวจสอบฉลากทุกครั้ง
เลือกโกโก้ที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล
เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกแต่ยังอยากลดปริมาณน้ำตาล
โกโก้ปรุงสำเร็จที่ใช้สตีเวีย อิริทริทอล หรือหล่อฮั้งก้วยแทนน้ำตาลให้ความสะดวกของโกโก้สำเร็จรูปโดยลดคาร์โบไฮเดรตลง เหมาะกับคนที่อยากดื่มโกโก้บ่อยโดยไม่กังวลเรื่องน้ำตาล
ข้อควรระวังในการเลือกและใช้โกโก้
ตรวจสอบส่วนผสมก่อนซื้อ
ควรดูว่าเป็นโกโก้แท้ โกโก้ปรุงสำเร็จ มีน้ำตาล หรือมีสารให้ความหวานหรือไม่
ฉลากที่ระบุว่า “โกโก้” หรือ “cocoa” อาจเป็นได้ทั้งโกโก้แท้และโกโก้ปรุงสำเร็จ ดูรายการส่วนผสมเสมอ ถ้าน้ำตาลหรือสารให้ความหวานอยู่ในรายการแรกๆ แสดงว่าเป็นสูตรผสม
เก็บผงโกโก้ให้พ้นความชื้น
ช่วยรักษากลิ่น สี และคุณภาพของผงโกโก้ให้นานขึ้น
คำเตือน: ผงโกโก้ที่โดนความชื้นจะจับตัวเป็นก้อนและเสื่อมคุณภาพเร็ว เก็บในภาชนะปิดสนิทในที่เย็นแห้ง อย่าใช้ช้อนเปียกตักและอย่าวางใกล้เตาไฟหรือแหล่งความร้อน
ชิมและปรับรสก่อนใช้ในเมนูจริง
โกโก้แต่ละยี่ห้อมีความเข้ม ขม และกลิ่นต่างกัน จึงควรทดลองสัดส่วนก่อน
เมื่อเปลี่ยนยี่ห้อโกโก้ให้ทดลองทำในปริมาณน้อยก่อน โกโก้เข้มกว่าอาจต้องใช้ปริมาณน้อยลงหรืออาจต้องปรับน้ำตาลตาม อย่านำไปใช้กับเมนูชิ้นใหญ่โดยไม่ทดสอบก่อน สำหรับ Mepanya แหล่งรวมความรู้รอบครัวและไลฟ์สไตล์ไทย การทดสอบก่อนใช้จริงช่วยประหยัดทั้งเวลาและวัตถุดิบ
เลือกโกโก้ให้เหมาะกับสูตร
โกโก้ที่เหมาะกับเครื่องดื่มอาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์เหมือนกันเมื่อนำไปทำเบเกอรี
โกโก้สำหรับเบเกอรีต้องการไขมันโกโก้สูงและกลิ่นทนความร้อน โกโก้ชงดื่มอาจเน้นความละลายง่ายและกลิ่นที่ดีตอนเย็นซึ่งอาจหายไปเมื่ออบ การมีโกโก้สองยี่ห้อแยกกันสำหรับแต่ละวัตถุประสงค์ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้ยี่ห้อเดียวกับทุกเมนู
สรุปการเลือกโกโก้
เลือกโกโก้ตามเมนูที่ต้องการทำ
ชงดื่ม ทำเบเกอรี หรือทำขนมหวานควรใช้โกโก้ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับเมนูนั้น
โกโก้ชงดื่มที่ดีอาจให้เบเกอรีสีอ่อนและกลิ่นไม่ชัด โกโก้เบเกอรีที่เข้มมากอาจขมเกินไปเมื่อชงดื่มโดยตรง การรู้ว่าจะใช้เพื่ออะไรหลักก่อนซื้อเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด
เลือกโกโก้ตามรสชาติและความเข้มข้นที่ชอบ
คนชอบเข้มควรเลือกโกโก้แท้หรือ Dutch Process ส่วนคนชอบสะดวกอาจเลือกสูตรปรุงสำเร็จ
ไม่มีโกโก้ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ความชอบส่วนตัวและการใช้งานจริงเป็นตัวกำหนดที่สำคัญที่สุด ลองซื้อขนาดเล็กหลายยี่ห้อมาชิมเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อขนาดใหญ่
เลือกโกโก้ตามงบประมาณและไลฟ์สไตล์
โกโก้ที่ดีที่สุดคือยี่ห้อที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รสชาติถูกใจ และคุ้มค่ากับราคา
โกโก้พรีเมียมราคาแพงไม่ได้หมายความว่าจะให้โกโก้ร้อนอร่อยกว่าเสมอถ้าคนชงไม่ได้ใส่ใจสัดส่วน และโกโก้ราคากลางที่ตรงกับรสชาติที่ชอบก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าโกโก้แพงที่รสไม่ถูกปาก
