เคล็ดลับการตัดแต่งหน่อให้กล้วยลูกดกเต็มเครือ

ทักทายสมาชิกผู้ทำเกษตรทุกๆท่านด้วยค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ me-panya.com ศูนย์รวมบทความสาระความรู้ต่างๆเกี่ยวกับเกษตรทั่วทุกด้าน แน่นอนว่ามาพบกับเรา ก็ต้องมีความรู้มาเผยแพร่ให้เพื่อนๆกันแน่นอน เรื่องที่เรายกมานำเสนอในวันนี้ เป็นเคล็ดลับการตัดแต่งหน่อกล้วยให้ลูกดกเต็มเครือ จะมีวิธีขั้นตอนการทำอย่างไรไปติดตามชมกันเลยค่ะ

การตัดแต่งหน่อกล้วย

การตัดแต่งหน่อกล้วย ควรตัดในจำนวนที่พอเหมาะเพราะจะทำให้ไม่ไปแย่งสารอาหารต้นแม่ ถ้าเกิดตัดไม่พอเหมาะจะส่งผลทำให้ขนาดของเครือเล็กลง ระยะเวลาที่ใช้ในการปลูกกล้วยประมาณ 5-6 เดือน และช่วงที่ต้นแม่ยังไม่ตกเครือให้ไว้หน่ออ่อนเพียง 2 หน่อ(ไม่ควรเกิน 3 หน่อ) การไว้หน่อทั้ง 2 ดังกล่าว ให้อยู่ตรงข้ามโดยมีต้นแม่กั้นกลาง เพราะทำให้ได้หน่อที่แข็งที่สุด

ส่วนบริเวณหน่อที่เกิดตามมาจะเรียกว่า  หน่อตาม ให้ตัดส่วนบริเวณนั้นออกและคว้านไส้ในทิ้ง ราดด้วยน้ำมันก๊าด หลังจากที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วนั้นให้ตัดต้นเดิมทิ้ง รักษาหน่อไว้ 1-2 หน่อ แทนต้นแม่ต่อไปได้อีกประมาณ 3-4 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา ทั้งนี้ ควรตัดแต่งใบที่แห้งออก จนถึงระยะเวลาใกล้ตกเครือ ตัดให้เหลือใบที่สมบูรณ์ไว้เพียงประมาณ 4-5 ใบ

โรคตายพราย

โรคตายพราย เกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติ ถ้าหากต้นไม้ในที่นี้หมายถึงต้นกล้วย เมื่อต้นกล้วยอ่อนแอ่ และสภาพแวดล้อมเหมาะสำหรับการเกิดเชื้อโรค ซึ่งโรคจะเข้าทำลายทันที

อาการของโรคตายพรายของกล้วย เมื่อสังเกตให้ดีจะพบสีเหลืองอ่อนที่ก้านใบแก่ ต่อมาปลายใบหรือขอบใบจะเปลี่ยนสี เป็นสีเหลืองแล้วขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จนใบเหลืองทั้งใบ ต่อมาใบอ่อนก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเช่นเดียวกัน คล้ายกับถูกน้ำร้อนลวกหรือตายนึ่ง ซึ่งในระยะต่อมาใบจะหักพับลงที่บริเวณโคนก้านใบและเหี่ยวตายในที่สุด

ถ้าเกิดการระบาดช่วงระยะตกเครือ ผลจะมีลักษณะที่เหี่ยว เนื้อฟ่าม ผลลีบเล็ก ขนาดไม่สม่ำเสมอ เมื่อตัดลำต้นตามขว้างจะพบว่า มีรอยซ้ำสีน้ำตาลแดงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นสาเหตุจากการถูกทำลายท่อน้ำ ท่ออาหาร ของต้นกล้วยจึงไม่สามารถลำเลียงน้ำและสารอาหารไปเลี้ยงสนบนได้ จึงทำให้เกิดอาการดังกล่าว

วิธีป้องกันและกำจัด

วิธีการป้องกันและกำจัดโรคตายพราย หากพบว่ามีการระบาดที่รุนแรงในกล้วยน้ำว้าและกล้วยหอม ควรทำการปลูกสลับหมุนเวียนกับกล้วยไข่ หรือกล้วยหักมุมแทน และที่สำคัญควรระวังอย่าให้น้ำขังแฉะในบริเวณแปลงปลูก โดยเฉพาะดินที่เป็นกรดจำเป็นที่จะต้องใส่ปูนขาวเพื่อลดความเป็นกรดให้น้อยลง ซึ่งอัตราจะอยู่ประมาณ  800-1,200  กิโลกรัม ต่อไร่

เมื่อพบว่าเริ่มมีการระบาดของโรคตายพรายต้องลดปริมาณการใช้ปุ่ยไนโตรเจน ส่วนต้นที่เกิดโรคแล้วนั้นให้ตัดทิ้งและขุดโคนขึ้นมาเผาทำลาย จากนั้นโรยปากหลุมด้วยปูนขาว หรือยาฆ่าเชื้ออย่างใดอย่างหนึ่ง ที่สำคัญควรเลือกหน่อกล้วยที่ไม่เป็นโรคตายพรายมาเป็นพันธุ์ปลูกจะดีที่สุด

เขียนโดย แนวทางเกษตร เกร็ดความรู้

แหล่งที่มา https://readykids.info

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *