ไม้สักทอง ไม้มีค่า ปลูกอย่างไรให้ได้ผลดี

สวัสดีเพื่อนๆแฟนเพจแนวทางเกษตร เกร็ดความรู้ทุกๆท่าน วันนี้จะพาไปรู้จักกับต้นไม้สักทอง ไม้มีค่า ซึ่งไม้สักทอง เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ผลัดใบในฤดูร้อน นิยมนำเนื้อไม้มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือสร้างบ้าน เปลือกสีเทา เรียบ หรือแตกเป็นร่องตื้นตามความยาวลำต้น ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือหลายคนอาจจะเข้าใจว่าต้นสักหรือสักทองเป็นไม้เนื้อแข็ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้นสักหรือสักทองเป็นไม้เนื้ออ่อนที่มีความทนทาน ซึ่งทนทานมากกว่าไม้เนื้อแข็งหลายชนิดเสียด้วยซ้ำ

การขยายพันธุ์

-นิยมปลูกด้วยเหง้า ที่ได้จากการนำเมล็ด มาเพาะลงในแปลง ขนาด 1×20 เมตร ยกระดับสูง 20-30 เซนติเมตร

-ย่อยดินให้ละเอียด ปรับผิวแปลงให้เรียบ หากดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ให้ใส่ปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 200 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าลงในดิน

-ปลูกระยะ 25×60 เซนติเมตร โดยการเปิดหลุมตื้นๆ วางเมล็ดลงในหลุม กลบดินตื้นๆ รดน้ำพอชุ่มคลุมด้วยฟางข้าวรักษาความชื้น

การปลูกไม้สักทอง

-ฤดูที่ควรปลูกมากที่สุดคือช่วงต้นฤดูฝน เพราะต้นไม้จะมีโอกาสตั้งตัวเร็ว เป็นช่วงเวลาที่ต้นไม้จะได้รับน้ำฝนและเจริญเติบโตมากกว่าต้นไม้ที่ปลูกในตอนปลายฤดูฝน

-ในปีแรกควรรดน้ำช่วยในช่วงหน้าแล้งเดือนละ 1 ครั้ง จะทำให้ต้นสักทองเจริญเติบโตเร็วมาก ไม่ควรรดน้ำต้นสักทองเกิน 2 ปี เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสูงเกินไป

-เมื่อต้นสักทองตั้งตัวได้แล้ว ควรหยุดการรดน้ำช่วย เพียงแต่ดูแลรักษาตามปกติ เช่น การถางวัชพืช การใส่ปุ๋ย จะทำให้ต้นสักทองที่ปลูกมีลวดลายสวยงาม

-การเร่งไม้สักทองให้โตเร็วมากเกินไป อาจจะทำให้ไม้สักทองมีลวดลายไม่สวยงามเหมือนไม้สักทองที่เจริญเติบโตตามธรรมชาติ

อ่านจบแล้วเป็นเช่นไรกันบ้างครับ รู้อย่างนี้แล้ว ต้องหามาปลูกกันแล้วแหละครับ เพราะปัจจุบันไม้สักทองเป็นไม้ที่หายากและมีราคาค่อนข้างสูง รัฐบาลก็มีนโยบาย ส่งเสริมให้เอกชนปลูกไม้สักทองจากสวนป่าที่ปลูกขึ้นมาใช้แทนกันได้ แม้ว่า ไม้สักที่ปลูกจะมีลวดลายไม่สวยงามเหมือนไม้สักทองในป่าธรรมชาติ แต่ก็มีความแข็งแรงทนทานเหมือนกัน ลองดูนะครับ เผื่อเป็นประโยชน์

เขียนโดย แนวทางเกษตร เกร็ดความรู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *