วิธีทำปุ๋ยยูเรียน้ำแบบง่ายๆ งบ 75 บาท เทียบเท่าสูตร 46-0-0

0
256

สวัสดีไปยังผู้อ่านทุกๆท่านครับ วันนี้เรามาเจอกันอีกครั้งกับเว็บไซต์ศูนย์รวมไอเดียเกษตรที่มีไอเดียดีๆมากมายมานำเสนอทุกๆวัน  และในวันนี้จะพาทุกคนไปดูวิธีการทำปุ๋ยยูเรียน้ำสูตรทำเองที่สามารถเทียบเท่ากับปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 ได้ เทคนิคนี้เป็นผลงานจาก อาจารย์นิติ ดวงวันทอง  เจ้าของสวนเกษตรผสมผสานจังหวัดมหาสารคาม ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วเราไปรับชมข้อมูลได้เลยครับ

ข้อดีและคุณสมบัติของ ปุ๋ยยูเรียน้ำ

ปุ๋ยยูเรียคือของเสียที่ได้จากการย่อยสลายและเป็นปุ๋ยที่ให้ไนโตรเจนค่อนข้างสูงมีประโยชน์ต่อดิน ข้อดีของการทำปุ๋ยยูเรียน้ำไว้ใช้เองคือประหยัดกว่าปุ๋ยเคมีที่ซื้อตามท้องตลาดค่อนข้างมาก ไร้สารตกค้าง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อุปกรณ์ที่จะต้องเตรียมสำหรับการทำปุ๋ยยูเรียน้ำ

1 ถั่วเขียว 500 กรัม  (ใช้ถั่วอะไรก็ได้เพราะต้องการโปรตีนจากถั่ว )

2 กากน้ำตาล 500 มิลลิลิตร  (หากไม่มีใช้น้ำตาลทรายแดงได้)

3 หัวเชื้อ EM น้ำ 500 CC 

4 สับปะรด 1 ลูก  ()

5 น้ำซาวข้าว 5 ลิตร 

6 ภาชนะสำหรับผสม (กะละมังหรือถังน้ำ)

7 ไหหมัก (อุปกรณ์หมักควรจะเป็นภาชนะที่เป็นกระเบื้องเคลือบหรือดินเผา)

8 เศษผ้าและเชือกฟาง

วิธีการทำ

1 เทกากน้ำตาลและ EM น้ำ ผสมกับน้ำซาวข้าวและผสมให้เข้ากัน เมื่อผสมเข้าที่แล้วให้พักน้ำไว้ก่อน

2 เทถั่วเขียวลงภาชนะที่ใช้หมัก

3 หั่นสับปะรดเป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงไปในภาชนะที่ใช้หมัก

4 เทน้ำที่ผสมไว้แล้วเข้าไปในภาชนะบรรจุ

5 ใช้ไม้กวนวัสดุต่างๆให้เข้ากัน

6 ปิดฝาโดยใช้ผ้าและเชือกฟาง (ในกระบวนการย่อยสลายต้องการออกซิเจน )

การเก็บรักษา

 เก็บไว้ในที่ร่มประมาณ 1 เดือน โดยไม่ต้องเปิดฝา หลังจาก 1 เดือนแล้วก็สามารถนำน้ำปุ๋ยหมักยูเรียไปใช้งานได้ทันที

การนำไปใช้งาน

  • ใช้ฉีดพ่นหรือใช้รดในอัตราส่วน 20 CC ต่อน้ำ 20 ลิตร

งบประมาณที่ใช้

  • งบประมาณที่ใช้ในการทำปุ๋ยยูเรียน้ำครั้งนี้ประมาณ 75 บาท

เป็นยังไงบ้างครับสำหรับเรื่องนี้ก็หวังว่าจะถูกใจทุกคนด้วย  หากสนใจสามารถนำไปทดลองใช้ดูได้ครับ รับรองว่าปุ๋ยยูเรียน้ำสูตรนี้เทียบเท่ากับปุ๋ยเคมีที่เป็นแบบสำเร็จรูปได้ และที่สำคัญคือประหยัดและปลอดภัยกว่า  ถ้าหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถคลิกดูได้ตามวีดีโอด้านล่างเลยนะครับ วีดีโอนี้เป็นของทางช่องเราที่จัดเตรียมไว้ให้ มีขั้นตอนต่างๆครบถ้วน สำหรับวันนี้ทางเว็บไซต์ของเราต้องขอลาทุกท่านไปก่อนไว้เจอกันใหม่ในโอกาสต่อไปครับ

ที่มา แนวทางเกษตร เกร็ดความรู้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่