วิธีการทำดินปลุกให้ได้ผลดี สูตรพิเศษ ใช้ปลูกอะไรก็งาม

0
100

สวัสดีเพื่อนๆทุกๆคนครับวันนี้มาเจอกันอีกครั้งกับเว็บไซต์ของเรา ศูนย์รวมไอเดียเกษตรที่มีเรื่องราวเกษตรมากมายมานำเสนอเพื่อเป็นความรู้ให้กับทุกๆท่าน  ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูวิธีการทำดินปูสูตรพิเศษให้ได้ผลดีครับ  เป็นสูตรลับเฉพาะสามารถนำไปเพาะปลูกพืชได้ทุกชนิด  เทคนิคนี้เป็นของอาจารย์สุทัศน์ อุบลเถียร เจ้าของสวนสไบนางจังหวัดมหาสารคาม  รายละเอียดและขั้นตอนการทำจะเป็นยังไงนั้นไปรับชมกันเลยครับ

ดินปลูกคือดินที่มีสารอาหารครบถ้วนซึ่งได้มาจากการปรุงดิน เมื่อถึงระยะเวลาได้ที่แล้วดินนี้จะมีคุณภาพสูงมีธาตุอาหารเหมาะสำหรับพืช และยังสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็น การนำไปเพาะปลูกกล้าไม้ ไม้ดอกไม้ผลต่างๆ และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปดูอุปกรณ์ที่จะต้องใช้กันเลยครับ 

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1 ปุ๋ยหมักหรือแกลบดำ,ปุ๋ยคอก,ดินร่วนหรือหน้าดิน   (อัตราส่วนที่เหมาะสม แกลบดำ 1 ส่วน  ปุ๋ยคอก 1 ส่วน  ดินร่วน 2 ส่วน)

2 กากน้ำตาล , EM น้ำ , ปุ๋ยโบกาฉิ (ใช้หรือไม่ใช้ก็ได้) 

3 จอบ,บัวรดน้ำ

ขั้นตอนการทำ

1 ผสมปุ๋ยแกลบดำและดินให้เข้ากัน

2 หลังจากที่ผสมแกลบดำและดินให้เข้ากันดีแล้ว ขั้นตอนต่อมาให้ผสมปุ๋ยคอกเข้าไป

3 เมื่อผสมดินได้ที่แล้วให้ใช้น้ำฉีดเข้าไปที่ดินโดยไม่ให้เปียกจนเกินไป

4 หลังจากฉีดน้ำใส่แล้วให้ผสมจนเข้าที่จนมีความชื้นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์  วิธีเช็คให้กำดู

5 ผสมกากน้ำตาลและEMลงไปในน้ำ โดยใช้อัตราส่วนอย่างละ 40 cc หลังจากนั้นใช้รดดินที่เตรียมเอาไว้

6 ใช้ปุ๋ยโบกาฉิโรยให้ทั่วบริเวณดินเพื่อเพิ่มการย่อยสลายให้มีคุณภาพมากขึ้น  (หากไม่มีไม่ใช้ก็ได้)

7 ผสมดินให้เข้ากันอีกรอบ  เสร็จขั้นตอนการทำดินปลูก

การเก็บรักษาและระยะเวลา

เมื่อผสมดินเสร็จแล้วสามารถตักใส่ถุงปุ๋ยหรือภาชนะต่างๆเพื่อนำไปเก็บรักษาในขั้นตอนต่อไปได้เลยครับ หรือหากไม่มีภาชนะจัดเก็บก็สามารถใช้ผ้าคลุมเอาไว้ได้ ใช้ระยะเวลาในการย่อยสลายประมาณ 5 วัน วิธีเช็คให้เช็คดูอุณหภูมิของดินหากมีอุณหภูมิที่เย็นก็สามารถนำไปใช้งานได้เลย

เป็นยังไงบ้างครับสำหรับสูตรการทำดินปลูกสูตรนี้หวังว่าผู้อ่านทุกๆท่านจะชอบกันด้วย  หากท่านสนใจสามารถนำไปทดลองใช้ดูได้นะครับ รับรองว่าสูตรนี้ปลูกอะไรก็งามอย่างแน่นอน  หากได้ผลดียังไงนั้นก็สามารถตอบกลับคอมเม้นกับทางช่องของเราได้เลย และหากผู้อ่านยังไม่เข้าใจก็สามารถดูคลิปวิธีการทำแบบเต็มได้ตามที่มาด้านล่างนะครับ

ที่มา แนวทางเกษตร เกร็ดความรู้

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่