หลายคนยืนหน้าเคาน์เตอร์สตาร์บัคแล้วรู้สึกเหมือนต้องอ่านภาษาต่างดาว — Tall, Grande, Venti, Half-Caf, Extra Shot, Oat Milk, Pump ลดกี่ Pump จริงๆ แล้ววิธีสั่งสตาร์บัคไม่ซับซ้อน เพียงแค่รู้ลำดับขั้นตอนการเลือก ทุกอย่างจะตกที่นั่งเองโดยอัตโนมัติ
บทความนี้อธิบายทุกอย่างที่ต้องรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการสั่ง ขนาดแก้ว ประเภทนม ไซรัปและท็อปปิง วิธีปรับให้ถูกใจ เมนูลับที่สั่งได้จริง ไปจนถึงตัวอย่างประโยคที่ใช้สั่งได้เลยทันที
วิธีสั่งสตาร์บัคสำหรับมือใหม่ ต้องเริ่มจากอะไร
ก่อนจะจำชื่อเมนูหรือรู้จักท็อปปิง มีสามเรื่องพื้นฐานที่ทำให้การสั่งง่ายขึ้นทันที
ทำความเข้าใจรูปแบบการสั่งเครื่องดื่ม
การสั่งสตาร์บัคจะง่ายขึ้นเมื่อรู้ลำดับการเลือกเมนู ขนาด ระดับคาเฟอีน นม ไซรัป และท็อปปิง
การสั่งสตาร์บัคมีโครงสร้างที่ชัดเจน เมื่อรู้ลำดับแล้วจะไม่รู้สึกสับสนอีกต่อไป ลำดับที่ใช้ได้เสมอคือ ขนาด → ประเภท (ร้อน/เย็น/ปั่น) → ชื่อเมนู → ปรับแต่ง เช่น “Grande Iced Latte เปลี่ยนนมเป็นโอ๊ตมิลก์ ลดหวาน”
เลือกเมนูหลักเป็นฐานก่อนปรับแต่ง
ควรเริ่มจากเมนูพื้นฐาน เช่น ลาเต้ มอคค่า ชาเขียว ช็อกโกแลต หรือ Frappuccino
เมนูพื้นฐานเหล่านี้มีสัดส่วนที่บาริสต้าทำได้คล้ำชินและมีให้เลือกทั้งแบบร้อน เย็น และปั่น เมื่อเลือกเมนูฐานได้แล้ว การปรับแต่งเพิ่มเติมจะเป็นเรื่องง่ายมาก
บอกความต้องการให้บาริสต้าอย่างชัดเจน
การระบุไซซ์ ระดับความหวาน และส่วนผสมเสริมช่วยให้ได้เครื่องดื่มตรงใจมากขึ้น
บาริสต้าสตาร์บัคคุ้นเคยกับการปรับเมนูและยินดีช่วยเสมอ ไม่ต้องกังวลว่าจะขอมากเกินไป แค่บอกให้ชัดทีละอย่าง ถ้ายังไม่แน่ใจสามารถถามได้ตรงๆ ว่า “มีอะไรแนะนำสำหรับคนชอบรสหวานมัน” บาริสต้าจะแนะนำได้ทันที
ขั้นตอนวิธีสั่งสตาร์บัคแบบเข้าใจง่าย
ทำตามห้าขั้นตอนนี้ทุกครั้ง แล้วจะสั่งได้ทุกเมนูโดยไม่ต้องลุ้น
ขั้นที่ 1 — เลือกประเภทเครื่องดื่ม
เลือกได้ทั้งแบบร้อน เย็น หรือปั่น ตามความชอบและเมนูที่ต้องการ
ประเภทเครื่องดื่มแบ่งง่ายๆ เป็นสาม คือ Hot (ร้อน), Iced (เย็นใส่น้ำแข็ง) และ Frappuccino (ปั่น) บางเมนูมีทั้งสามแบบ บางเมนูมีแค่บางแบบ เช่น Frappuccino มีแค่แบบปั่น ไม่มีแบบร้อน
ขั้นที่ 2 — เลือกขนาดแก้ว
ขนาดที่พบบ่อย ได้แก่ Tall, Grande และ Venti ส่วน Short มักใช้กับเมนูร้อน
ถ้าไม่แน่ใจให้เริ่มจาก Tall (355 มล.) หรือ Grande (473 มล.) ซึ่งเป็นสองขนาดที่คนส่วนใหญ่สั่งบ่อยที่สุด และเหมาะกับทั้งเมนูร้อนและเย็น
ขั้นที่ 3 — เลือกระดับคาเฟอีน
สามารถเลือกคาเฟอีนปกติ ครึ่งคาเฟอีน ไม่มีคาเฟอีน หรือเพิ่มช็อตกาแฟได้
ถ้าไม่ได้ระบุ บาริสต้าจะทำแบบคาเฟอีนปกติให้ ถ้าต้องการปรับให้บอกตอนสั่ง เช่น “Decaf” สำหรับไม่มีคาเฟอีน หรือ “Extra Shot” สำหรับเพิ่มความเข้ม
ขั้นที่ 4 — เลือกประเภทนม
เลือกได้ทั้งนมสด นมขาดมันเนย นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ หรือนมโอ๊ต
ถ้าไม่ได้ระบุจะได้นมสดเป็น Default บอกเฉพาะเมื่อต้องการเปลี่ยน เช่น “เปลี่ยนเป็นโอ๊ตมิลก์” หรือ “Oat Milk please”
ขั้นที่ 5 — เลือกไซรัปและท็อปปิง
เพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสด้วยวานิลลา คาราเมล เฮเซลนัต วิปครีม จาวาชิป หรือซอสต่างๆ
ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเพิ่มอะไร ให้ลองสั่งเมนูพื้นฐานก่อนแล้วค่อยปรับในครั้งต่อไป การเพิ่มไซรัปหรือท็อปปิงอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ควรถามบาริสต้าก่อนถ้าไม่แน่ใจ
ประเภทเครื่องดื่ม Starbucks ที่ควรรู้ก่อนสั่ง
เมนูร้อน
เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟ ชา หรือช็อกโกแลตแบบกลิ่นชัดและดื่มสบาย
เมนูร้อนให้กลิ่นและรสชาติของเมนูได้เต็มที่ที่สุด เพราะความร้อนช่วยดึงกลิ่นหอมออกมา เหมาะกับอากาศเย็น หรือคนที่ต้องการดื่มกาแฟอย่างช้าๆ เมนูยอดนิยมแบบร้อนได้แก่ Latte, Americano, Cappuccino และ Matcha Latte
เมนูเย็น
เหมาะกับอากาศร้อนและคนที่ต้องการเครื่องดื่มสดชื่น
เมนูเย็นในสตาร์บัคส์แบ่งได้อีกเป็นสองแบบ คือแบบใส่น้ำแข็งปกติ (Iced) และแบบ Cold Brew ที่ชงด้วยน้ำเย็นตลอดกระบวนการ ให้รสชาติกาแฟที่นุ่มกว่าและไม่ขมแม้ดื่มนาน
เมนูปั่น Frappuccino
เป็นเครื่องดื่มปั่นของ Starbucks ที่สามารถเพิ่มไซรัป วิปครีม หรือท็อปปิงได้หลากหลาย
Frappuccino เป็นเมนูที่ปรับแต่งได้มากที่สุดในบรรดาทุกประเภท เพราะมีท็อปปิงหลากหลายที่เข้ากันได้กับเนื้อสัมผัสปั่น มีทั้งแบบที่มีกาแฟและไม่มีกาแฟ เหมาะกับคนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มที่ดูสวยและมีชั้นของรสชาติ
เมนูกาแฟและเมนูไม่มีกาแฟ
ควรเลือกจากความต้องการคาเฟอีนและรสชาติที่ชอบเป็นหลัก
เมนูที่ไม่มีกาแฟได้แก่ ชาเขียว ชาไทย ช็อกโกแลต และ Refresher ต่างๆ เหมาะกับคนที่ไม่ดื่มกาแฟหรือต้องการหลีกเลี่ยงคาเฟอีนในบางช่วงเวลา
ขนาดแก้ว Starbucks มีอะไรบ้าง
| ขนาด | ปริมาตร | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Short | 240 มล. | เมนูร้อนบางรายการ คนที่ต้องการปริมาณน้อย |
| Tall | 355 มล. | เมนูทั่วไป คนที่อยากลองหรือดื่มปริมาณพอดี |
| Grande | 473 มล. | ขนาดที่นิยมที่สุด เหมาะกับการปรับแต่งเมนู |
| Venti | 591 มล. (เย็น) / 709 มล. (ปั่น) | คนที่ต้องการปริมาณมาก หรือเมนูเย็น |
Short
ขนาดเล็กสุด มักใช้กับเครื่องดื่มร้อนบางเมนู
Short ไม่ได้โชว์บนเมนูบอร์ดในทุกสาขา แต่สามารถสั่งได้ เหมาะกับคนที่ต้องการปริมาณน้อยหรืออยากได้รสชาติกาแฟเข้มกว่าในปริมาณน้อย เพราะจำนวน Espresso Shot ต่อแก้วใกล้เคียงกับ Tall
Tall
ขนาดเริ่มต้นที่พบได้บ่อย เหมาะกับคนที่อยากดื่มปริมาณไม่มาก
Tall เหมาะที่สุดสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะชอบเมนูนั้นไหม ราคาต่ำกว่า Grande และ Venti แต่ให้ปริมาณพอดีสำหรับการลองเมนูใหม่
Grande
ขนาดกลางยอดนิยม เหมาะกับการเพิ่มท็อปปิงหรือปรับแต่งเมนู
Grande เป็นขนาดที่คนไทยสั่งบ่อยที่สุด เพราะปริมาณพอดีไม่มากเกินไป และมีพื้นที่ว่างพอสำหรับท็อปปิงหรือวิปครีมโดยไม่ล้น
Venti
ขนาดใหญ่ เหมาะกับคนที่ต้องการปริมาณมากหรือเมนูเย็น
Venti เย็นมีปริมาณมากกว่า Venti ร้อน เพราะต้องเผื่อพื้นที่สำหรับน้ำแข็ง เหมาะสำหรับวันที่ต้องการดื่มตลอดช่วงบ่ายหรือต้องการคาเฟอีนเยอะกว่าปกติ
ข้อควรรู้เรื่องขนาดแก้วก่อนสั่ง
เครื่องดื่มบางประเภทอาจไม่มีทุกไซซ์ จึงควรถามบาริสต้าเมื่อต้องการขนาดเฉพาะ
Frappuccino มักเริ่มตั้งแต่ Tall ขึ้นไป Short อาจไม่มีบางเมนู และบางเมนู Seasonal อาจมีแค่ Grande หรือ Venti เท่านั้น ถามบาริสต้าก่อนถ้าต้องการขนาดที่ไม่แน่ใจว่ามี
วิธีเลือกคาเฟอีนและช็อตกาแฟ
Regular สำหรับคาเฟอีนปกติ
เหมาะกับคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำและต้องการรสชาติมาตรฐาน
ถ้าไม่ได้บอกอะไรเพิ่ม บาริสต้าจะใช้ Espresso ปกติ ซึ่งมีคาเฟอีนประมาณ 75 มก. ต่อ 1 Shot สำหรับ Tall และ Grande ได้รับ 1 Shot ส่วน Venti ได้รับ 2 Shot
Half-Caffeine สำหรับคาเฟอีนครึ่งเดียว
เหมาะกับคนที่อยากลดคาเฟอีนแต่ยังต้องการกลิ่นกาแฟ
บอกว่า “Half-Caf” บาริสต้าจะใช้ Espresso ปกติครึ่งช็อตและ Decaf อีกครึ่งช็อต ได้กลิ่นกาแฟครบแต่คาเฟอีนลดลงครึ่งหนึ่ง เหมาะกับช่วงบ่ายที่ยังอยากได้กลิ่นกาแฟแต่กังวลเรื่องนอนไม่หลับ
De-Caffeine สำหรับไม่มีคาเฟอีน
เหมาะกับคนที่ต้องการลดคาเฟอีนหรือดื่มกาแฟช่วงเย็น
สั่งว่า “Decaf” Espresso ที่ใช้จะผ่านกระบวนการกำจัดคาเฟอีนออกไปเกือบทั้งหมด แต่ยังได้กลิ่นและรสกาแฟอยู่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงคาเฟอีนด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ
Extra Shot สำหรับเพิ่มความเข้ม
เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟเข้มขึ้นหรืออยากเพิ่มคาเฟอีนในเมนูเดิม
Extra Shot เพิ่มปริมาณคาเฟอีนและรสกาแฟในเมนูเดิมโดยไม่เปลี่ยนรสชาติอื่น สั่งได้โดยบอกว่า “Extra Shot” หรือ “Double Shot” ค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 20–30 บาท ขึ้นอยู่กับสาขา
วิธีเลือกนมใน Starbucks ให้เหมาะกับตัวเอง
| ประเภทนม | รสชาติและเนื้อสัมผัส | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| นมสด (Whole Milk) | ครีมมี่ มัน รสนม | เมนูกาแฟทั่วไป ชอบรสมัน |
| นมขาดมันเนย | เบากว่า ไม่มัน | ต้องการลดไขมันแต่ยังอยากดื่มนม |
| นมถั่วเหลือง | กลิ่นถั่วเล็กน้อย หวานกว่านมสด | Vegan หรือแพ้แลคโตส |
| นมอัลมอนด์ | กลิ่นถั่วอ่อน บางเบา | ต้องการแคลอรี่ต่ำ ชอบกลิ่นถั่ว |
| นมโอ๊ต | นุ่มละมุน หวานเล็กน้อย | เข้ากับกาแฟได้ดีมาก ยอดนิยม |
นมสด
ให้รสครีมมี่และเป็นตัวเลือกพื้นฐานของเครื่องดื่มหลายเมนู
นมสดคือ Default ของทุกเมนูที่ต้องการนม ให้ความมันและความครีมมี่ที่สมดุลกับรสกาแฟได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบนมแบบไหน
นมขาดมันเนย
เหมาะกับคนที่ต้องการลดไขมันแต่ยังอยากดื่มเมนูใส่นม
รสชาติเบากว่านมสดเล็กน้อยแต่ยังได้กลิ่นนมอยู่ครบ เหมาะกับคนที่ดูแลเรื่องแคลอรี่แต่ไม่ต้องการเปลี่ยนไปใช้นมจากพืช
นมถั่วเหลือง
เหมาะกับคนที่ต้องการทางเลือกจากพืชและชอบกลิ่นนมถั่วเหลือง
นมถั่วเหลืองมีรสหวานเล็กน้อยและกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ที่บางคนชอบและบางคนไม่ถนัด ถ้ายังไม่เคยลองแนะนำให้ลองกับเมนูที่มีรสหวาน เช่น Vanilla Latte ก่อน
นมอัลมอนด์
ให้กลิ่นหอมถั่วอ่อนๆ และเหมาะกับคนที่อยากลองรสชาติแตกต่าง
นมอัลมอนด์บางกว่านมสดและให้แคลอรี่น้อยกว่า กลิ่นถั่วอัลมอนด์ที่อ่อนๆ เข้ากันดีกับเมนูกาแฟที่ไม่เข้มจัด เช่น Latte หรือ Macchiato
นมโอ๊ต
ให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนและเข้ากับเมนูกาแฟหลายแบบ
นมโอ๊ตเป็นตัวเลือกนมจากพืชที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในช่วงหลัง เนื้อนุ่มและรสหวานธรรมชาติเข้ากับกาแฟได้ดีมาก หลายบาริสต้าระดับมืออาชีพแนะนำนมโอ๊ตสำหรับ Latte และ Cappuccino เพราะตีฟองได้สวยและรสชาติเสริมกัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องการสั่งเมนูสตาร์บัคอย่างมืออาชีพได้ที่ Wongnai วิธีสั่งสตาร์บัคอย่างมืออาชีพ
ไซรัปและท็อปปิงยอดนิยมสำหรับปรับเมนู
ไซรัปวานิลลา
เพิ่มกลิ่นหอมหวานนุ่ม เหมาะกับกาแฟ นม และเมนูปั่น
วานิลลาไซรัปคือไซรัปที่ถูกสั่งเพิ่มบ่อยที่สุดในสตาร์บัคส์ กลิ่นวานิลลาเข้ากับกาแฟและนมได้ดีโดยไม่กลบรสหลักของเมนู เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเพิ่มความหวานแบบไม่รุนแรง
ไซรัปคาราเมล
ให้รสหวานหอมเข้ม เหมาะกับสายคาราเมลและเมนู Frappuccino
คาราเมลไซรัปให้รสหวานที่เข้มกว่าวานิลลา มีกลิ่นไหม้หอมเบาๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ต่างจากคาราเมลซอสที่ราดบนวิปครีมซึ่งข้นและหวานกว่ามาก ถ้าต้องการทั้งสองอย่างพร้อมกันก็สั่งได้ แต่ระวังเรื่องความหวาน
ไซรัปเฮเซลนัต
เพิ่มกลิ่นถั่วหอมมันและช่วยให้เมนูกาแฟมีมิติมากขึ้น
เฮเซลนัตไซรัปให้กลิ่นถั่วนัทที่โดดเด่นและเข้ากันดีกับเมนูกาแฟเข้ม เช่น Americano หรือ Espresso Macchiato เหมาะกับคนที่ชอบกลิ่นนัทในกาแฟแต่ไม่อยากให้รสหวานมากเกินไป
วิปครีม
เพิ่มความมันละมุนและทำให้เมนูปั่นหรือช็อกโกแลตดูน่ากินขึ้น
วิปครีมในสตาร์บัคส์มักเป็น Default สำหรับ Frappuccino และช็อกโกแลตบางรุ่น ถ้าต้องการลดแคลอรี่สามารถขอ “No Whip” ได้ หรือถ้าอยากเพิ่มสำหรับเมนูที่ไม่มี ก็บอก “Add Whip” ได้เช่นกัน
จาวาชิปและคอฟฟี่เจลลี
เพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบหรือหนึบ เหมาะกับเมนูปั่นและเมนูกาแฟ
จาวาชิปคือช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่ปั่นรวมหรือโรยบนเมนู ให้ทั้งรสช็อกโกแลตและเนื้อสัมผัสที่น่าสนุก ส่วนคอฟฟี่เจลลีให้เนื้อสัมผัสหนึบและรสกาแฟเบาๆ เป็นที่นิยมในเมนูเย็นหลายรายการ
วิธีสั่งสตาร์บัคให้ได้รสชาติถูกใจ
บอกระดับความหวานที่ต้องการ
สามารถขอลดหวาน เพิ่มหวาน หรือลดจำนวนปั๊มไซรัปได้ตามชอบ
สตาร์บัคส์ไม่มีระบบระดับหวานแบบ 25%/50%/100% เหมือนชาไข่มุก แต่สามารถปรับได้โดยบอกจำนวน Pump ของไซรัป เช่น “ลดเหลือ 1 Pump” หรือ “Reduce Sweetness” สำหรับเมนูที่มีการเติมน้ำเชื่อมต่างหาก
ระบุเมนูฐานก่อนส่วนผสมเสริม
ช่วยให้บาริสต้าเข้าใจลำดับการทำเครื่องดื่มและปรับเมนูได้ง่าย
ลำดับที่แนะนำคือบอก ขนาด → ประเภท → ชื่อเมนู → ปรับแต่ง ทีละอย่าง อย่ารีบบอกทุกอย่างพร้อมกันในประโยคเดียวถ้ายังไม่คล่อง บาริสต้ายินดีรอฟังและถามกลับถ้าไม่ชัดเจน
เลือกนมให้เข้ากับรสชาติของเมนู
นมแต่ละประเภทส่งผลต่อความมัน กลิ่น และเนื้อสัมผัสของเครื่องดื่ม
ถ้าสั่งเมนูกาแฟเข้มอย่าง Espresso Macchiato ควรใช้นมสดหรือนมโอ๊ตเพื่อให้รสสมดุล ถ้าสั่งเมนูชาเขียวหรือผลไม้ นมถั่วเหลืองหรืออัลมอนด์อาจเข้ากันดีกว่า
เพิ่มท็อปปิงอย่างพอดี
การเพิ่มหลายอย่างมากเกินไปอาจทำให้รสหวานหรือหนักเกินกว่าที่ต้องการ
คำเตือน: การเพิ่มไซรัปสองสามชนิดพร้อมวิปครีมและซอสราดทำให้เครื่องดื่มมีแคลอรี่สูงและรสชาติซับซ้อนจนกลบรสหลัก แนะนำให้เพิ่มทีละอย่างแล้วลองชิมก่อน จะรู้ว่าชอบแบบไหนจริงๆ
เมนูลับสตาร์บัคส์คืออะไร
เกิดจากการปรับแต่งเมนูพื้นฐาน
เมนูลับมักใช้เมนูหลักเป็นฐาน แล้วเพิ่มไซรัป ซอส ช็อตกาแฟ วิปครีม หรือท็อปปิง
เมนูลับ (Secret Menu) ไม่ได้เป็นเมนูทางการของสตาร์บัคส์ แต่เป็นสูตรปรับแต่งที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดีย บาริสต้าหลายคนรู้จักเมนูยอดนิยม แต่ไม่ทุกคนรู้ทุกชื่อ วิธีสั่งที่ดีที่สุดคือบอกส่วนผสมทีละอย่างแทนการบอกแค่ชื่อเมนู
ทำไมต้องรู้วิธีสั่งเมนูลับ
เพราะบางเมนูอาจไม่มีชื่ออยู่บนบอร์ด จึงต้องบอกส่วนผสมให้บาริสต้าเข้าใจ
บาริสต้าสตาร์บัคส์ถูกฝึกมาให้รับออเดอร์แบบปรับแต่ง ดังนั้นการบอกว่า “ขอ Matcha Frappuccino Grande เพิ่มคาราเมลซอส วิปครีม จาวาชิป” ได้ผลลัพธ์เดียวกับการบอกชื่อเมนูลับ แต่ชัดเจนกว่ามาก
ข้อควรรู้ก่อนสั่งเมนูลับ
วัตถุดิบอาจแตกต่างตามสาขาหรือช่วงเวลา ควรถามบาริสต้าก่อนสั่งทุกครั้ง
บางส่วนผสมอาจหมดหรือไม่มีในบางสาขา โดยเฉพาะส่วนผสม Seasonal ที่เปลี่ยนตามฤดูกาล และบางท็อปปิงอาจมีเฉพาะช่วงเวลาพิเศษ ถามบาริสต้าก่อนจะช่วยป้องกันความผิดหวังได้ ดูสูตรเมนูลับยอดนิยมในไทยได้เพิ่มเติมที่ PunPro เมนูลับ Starbucks Thailand
ไอเดียเมนูลับ Starbucks ตามสไตล์ที่ชอบ
สายชาเขียว
เหมาะกับเมนูชาเขียวปั่นที่เพิ่มจาวาชิป คาราเมล วิปครีม หรือผงชาเขียว
ฐาน Matcha Frappuccino Grande เพิ่มจาวาชิปปั่นรวม วิปครีม ราดคาราเมลซอสบนวิป และโรยผงชาเขียวเพิ่ม ได้เมนูที่มีทั้งความเข้มของมัทฉะและความหวานหอมของคาราเมลในคราวเดียว
สายคาราเมล
เหมาะกับเมนูที่เพิ่มคาราเมลไซรัป คาราเมลซอส และเฮเซลนัตไซรัป
ฐาน Caramel Frappuccino Grande เพิ่มเฮเซลนัตไซรัป 1 Pump วิปครีม ราดคาราเมลซอสให้เต็ม และโรยจาวาชิปบนวิป รสคาราเมลจัดจ้านที่คนสายหวานชอบมาก
สายช็อกโกแลตและมอคค่า
เหมาะกับเมนูที่ผสมกาแฟ ช็อกโกแลต วิปครีม และจาวาชิป
ฐาน Java Chip Frappuccino Grande Extra Shot ปั่นจาวาชิปรวม วิปครีม ราดช็อกโกแลตซอส โรยจาวาชิปเพิ่มบนวิป ได้เมนูที่เข้มทั้งกาแฟและช็อกโกแลตพร้อมกัน เหมาะกับคนที่อยากได้คาเฟอีนและรสช็อกโกแลตในแก้วเดียว
สายผลไม้สดชื่น
เหมาะกับเครื่องดื่มเย็นหรือปั่นที่เพิ่มรสเปรี้ยวหวานและความซ่า
ฐาน Pink Drink (Strawberry Acai Refresher เปลี่ยนน้ำเป็นนมมะพร้าว) Grande เพิ่มสตรอว์เบอร์รีแช่แข็งในแก้ว ได้เครื่องดื่มสีชมพูสวยที่รสหวานอมเปรี้ยว สดชื่นมาก เมนูนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในเมนูลับที่โด่งดังที่สุดในโซเชียลมีเดีย
สายกาแฟเข้ม
เหมาะกับเมนูที่เพิ่ม Espresso Shot หรือใช้กาแฟดำเป็นฐาน
ฐาน Iced Americano Grande Extra Shot เพิ่มวานิลลาไซรัป 1 Pump ราด Cold Foam (นมตีฟองเย็น) บนหน้า ได้กาแฟดำเย็นที่มีความครีมมี่จาก Cold Foam โดยไม่ต้องเพิ่มนมลงในแก้ว ยังได้รสกาแฟเข้มครบ
ตัวอย่างรูปแบบประโยคสำหรับสั่ง Starbucks
สั่งเมนูพื้นฐานแบบไม่ปรับแต่ง
บอกชื่อเมนู ขนาด และรูปแบบเครื่องดื่ม เช่น ร้อน เย็น หรือปั่น
“ขอ Tall Iced Latte ครับ/ค่ะ”
“Grande Hot Americano หนึ่งแก้วครับ/ค่ะ”
“Venti Matcha Frappuccino ได้เลยไหมครับ/ค่ะ”
สั่งเมนูแบบเปลี่ยนนม
ระบุชนิดนมที่ต้องการหลังบอกเมนูหลักและขนาดแก้ว
“Grande Iced Latte เปลี่ยนนมเป็นโอ๊ตมิลก์ครับ/ค่ะ”
“Tall Hot Cappuccino ใช้นมถั่วเหลืองแทนได้ไหมครับ/ค่ะ”
สั่งเมนูแบบเพิ่มช็อตกาแฟ
บอกจำนวน Extra Shot ที่ต้องการให้ชัดเจน
“Grande Iced Americano Extra Shot หนึ่งแก้วครับ/ค่ะ”
“Tall Latte เพิ่ม 1 Shot ได้เลยครับ/ค่ะ”
สั่งเมนูลับแบบปรับแต่งหลายอย่าง
เริ่มจากเมนูฐาน แล้วบอกไซรัป ซอส ท็อปปิง และระดับความหวานทีละรายการ
“ขอ Grande Matcha Frappuccino เพิ่มจาวาชิปปั่นรวม วิปครีม ราดคาราเมลซอส ลดหวานด้วยครับ/ค่ะ”
เคล็ดลับ: บอกทีละรายการโดยหยุดสั้นๆ ระหว่างแต่ละอย่าง เพื่อให้บาริสต้าจดได้ทัน ดูตัวอย่างการสั่งเมนูและรีวิวเมนูสตาร์บัคส์ยอดนิยมในไทยเพิ่มเติมได้ที่ TrueID Food รีวิวเมนูสตาร์บัคส์ยอดนิยม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อสั่งสตาร์บัค
ไม่รู้ขนาดแก้วที่ต้องการ
อาจทำให้สั่งผิดปริมาณหรือเลือกไซซ์ที่ไม่เหมาะกับเครื่องดื่ม
วิธีแก้ง่ายที่สุดคือบอกบาริสต้าว่า “ขนาดกลาง” หรือ “ขนาดปกติ” บาริสต้าจะแนะนำ Grande ให้เป็น Default ซึ่งเหมาะกับคนส่วนใหญ่ หรือถ้ามาคนเดียวและไม่หิวมากอาจลอง Tall ก่อน
บอกชื่อเมนูลับโดยไม่บอกส่วนผสม
บาริสต้าอาจไม่รู้จักชื่อเมนูลับทุกชื่อ จึงควรบอกวิธีสั่งหรือส่วนผสมด้วย
ชื่อเมนูลับมีอยู่หลายร้อยชื่อในอินเทอร์เน็ต บาริสต้าไม่มีทางจำได้ทุกชื่อ การบอกส่วนผสมทีละอย่างนอกจากจะได้ผลแน่นอนกว่าแล้ว ยังทำให้มั่นใจได้ว่าเครื่องดื่มที่ได้ตรงกับที่ต้องการจริงๆ
เพิ่มไซรัปและท็อปปิงมากเกินไป
อาจทำให้เครื่องดื่มหวานจัดหรือรสชาติหนักเกินไป
การเพิ่มไซรัปสองชนิด บวกซอสราด บวกวิปครีมหนา บวกจาวาชิป ในแก้วเดียวทำให้รสชาติของแต่ละส่วนผสมกลบกันจนแยกไม่ออก และแคลอรี่สูงกว่าอาหารมื้อหนึ่ง แนะนำให้เพิ่มครั้งละหนึ่งอย่างเพื่อดูว่าชอบแบบไหน
ไม่ถามเรื่องวัตถุดิบที่มีในสาขา
บางท็อปปิงหรือส่วนผสมอาจไม่มีในบางช่วงเวลา
คำเตือน: วัตถุดิบ Seasonal อย่างผงชาเขียวรุ่นพิเศษ ซอสฟักทอง หรือท็อปปิงประจำเทศกาล มีจำนวนจำกัดและหมดได้ก่อนกำหนด ถามบาริสต้าทุกครั้งถ้าต้องการส่วนผสมที่ไม่แน่ใจว่ายังมีอยู่ไหม ดูข้อมูลเกี่ยวกับตลาดและกลยุทธ์เมนูของสตาร์บัคส์ในไทยเพิ่มเติมได้ที่ MarketThink วิเคราะห์กลยุทธ์ Starbucks Thailand
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับวิธีสั่งสตาร์บัค
สั่ง Starbucks ครั้งแรกควรเริ่มจากเมนูอะไร
ถ้าดื่มกาแฟได้ แนะนำ Tall Iced Latte — เป็นเมนูที่สมดุลระหว่างกาแฟและนม ไม่เข้มเกินและไม่หวานเกิน ถ้าไม่ดื่มกาแฟให้ลอง Matcha Latte หรือ Chocolate Frappuccino ซึ่งทั้งคู่รสอ่อนโยนและเหมาะกับมือใหม่ สำหรับ Mepanya แหล่งรวมความรู้และไลฟ์สไตล์ไทย หลักการง่ายๆ คือเริ่มจากเมนูที่รสชาติใกล้เคียงกับสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว แล้วค่อยๆ ขยับออกไปลองของใหม่
ลดหวานที่ Starbucks ต้องสั่งอย่างไร
บอกว่า “ลดหวาน” หรือระบุจำนวน Pump ที่ต้องการ เช่น “ไซรัปแค่ 1 Pump” แทน 3 Pump มาตรฐาน หรือบอกว่า “Less Sweet” บาริสต้าจะเข้าใจและปรับให้ทันที ถ้าต้องการน้ำตาลเป็นศูนย์ให้บอกว่า “No Syrup” และตรวจสอบว่าเมนูนั้นมีน้ำเชื่อมอื่นในสูตรด้วยไหม
เปลี่ยนนมใน Starbucks ได้ไหม
เปลี่ยนได้ทุกเมนูที่มีนมเป็นส่วนประกอบ ตัวเลือกที่มีในไทยได้แก่ นมสด นมขาดมันเนย นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ และนมโอ๊ต การเปลี่ยนเป็นนมพืชมักมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 20–30 บาท ขึ้นอยู่กับสาขาและนโยบายของช่วงเวลานั้น
เมนูลับ Starbucks สั่งได้จริงไหม
สั่งได้จริงถ้าสาขามีวัตถุดิบครบและบอกส่วนผสมอย่างชัดเจน กุญแจสำคัญคืออย่าบอกแค่ชื่อเมนูลับ แต่ให้บอกส่วนผสมทีละอย่างแทน บาริสต้าจะทำตามได้เสมอถ้าบอกส่วนผสมครบ ไม่ว่าจะรู้จักชื่อเมนูนั้นหรือไม่
อยากได้กาแฟเข้มขึ้นต้องสั่งอย่างไร
มีสองวิธีหลัก คือขอ “Extra Shot” เพิ่ม Espresso อีก 1 Shot ซึ่งเพิ่มทั้งความเข้มและคาเฟอีน หรือเลือกเมนูที่ใช้กาแฟเป็นฐานเข้มขึ้นอยู่แล้ว เช่น Americano แทน Latte เพราะ Americano มีสัดส่วนกาแฟต่อนมสูงกว่า ได้รสกาแฟเข้มกว่าโดยไม่ต้องเพิ่ม Shot
สรุป — วิธีสั่งสตาร์บัคง่ายกว่าที่คิด ถ้ารู้ลำดับ
ทุกอย่างในการสั่งสตาร์บัคเริ่มจากลำดับเดียวกันเสมอ คือ ขนาด → ประเภท → ชื่อเมนู → ปรับแต่ง เมื่อจำลำดับนี้ได้แล้ว จะสั่งได้ทุกเมนูและปรับแต่งได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
เริ่มจากเมนูพื้นฐานก่อน ลองครั้งแรกโดยไม่ปรับแต่งมาก แล้วค่อยๆ เพิ่มท็อปปิงหรือเปลี่ยนนมในครั้งถัดไปเมื่อรู้แล้วว่าชอบอะไร สตาร์บัคส์ออกแบบมาให้ทุกคนปรับเมนูได้ตามใจ ไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองสั่ง “ผิด” แค่บอกสิ่งที่ต้องการชัดๆ แล้วบาริสต้าจะทำให้ได้
แนวทางเกษตรเกร็ดความรู้
