เบียร์ IPA คืออะไร รสชาติเป็นแบบไหน ต่างจากเบียร์ทั่วไปอย่างไร

ถ้าเคยหยิบเบียร์ขวดที่เขียนว่า IPA แล้วรู้สึกว่าขมและหอมต่างจากเบียร์ที่คุ้นเคย นั่นคือเอกลักษณ์ที่ตั้งใจไว้ — IPA ไม่ใช่เบียร์สำหรับทุกคน แต่สำหรับคนที่ชอบรสชัดและกลิ่นเด่น นี่คือเบียร์ที่ให้ประสบการณ์ที่ Lager หรือเบียร์ดื่มง่ายทั่วไปให้ไม่ได้ บทความนี้อธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับ IPA ตั้งแต่ที่มา รสชาติ ประเภท วิธีดื่ม อาหารที่เข้ากัน และวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง

เบียร์ IPA คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม

ความหมายของเบียร์ IPA

IPA หรือ India Pale Ale คือเบียร์ในกลุ่ม Ale ที่พัฒนามาจาก Pale Ale และมีจุดเด่นจากการใช้ฮ็อปส์ในปริมาณมาก

IPA ย่อมาจาก India Pale Ale เป็นเบียร์ในกลุ่ม Ale ที่ใช้ฮ็อปส์มากกว่าเบียร์ทั่วไป ทำให้มีรสขมและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ฮ็อปส์คือพืชที่ใช้เพิ่มรสขม กลิ่นหอม และช่วยถนอมเบียร์ ยิ่งใช้มากยิ่งขมและหอมชัดขึ้น

จุดเด่นของเบียร์ IPA

มีกลิ่นฮ็อปส์ชัด รสเข้ม มีความขมเป็นเอกลักษณ์ และมักมีกลิ่นผลไม้หรือซิตรัส

กลิ่นที่ออกมาจาก IPA ดีๆ เมื่อเปิดขวดมักเป็นสิ่งแรกที่คนจะสังเกตเห็น กลิ่นซิตรัส ผลไม้เมืองร้อน สมุนไพร หรือดอกไม้ล้วนมาจากฮ็อปส์ชนิดต่างๆ ที่ผู้ผลิตเลือกใช้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IPA และสไตล์ต่างๆ ได้ที่ Rimping IPA ต้นกำเนิดและสไตล์ต่างๆ

ทำไมคอคราฟต์เบียร์ถึงนิยม IPA

เพราะมีรสชาติซับซ้อน กลิ่นเด่น และให้ประสบการณ์การดื่มที่ต่างจากเบียร์ดื่มง่ายทั่วไป

ในโลกคราฟต์เบียร์ที่เน้นความหลากหลายและความซับซ้อนของรสชาติ IPA กลายเป็นเบียร์ที่แสดงฝีมือของผู้ผลิตได้ชัดเจนที่สุด เพราะฮ็อปส์ที่ต่างกันให้กลิ่นและรสชาติที่ต่างกันมาก

IPA ย่อมาจากอะไร และมีที่มาอย่างไร

IPA ย่อมาจาก India Pale Ale

เป็นเบียร์ที่พัฒนาต่อยอดจาก Pale Ale โดยเพิ่มปริมาณฮ็อปส์และปรับกระบวนการผลิตให้มีเอกลักษณ์มากขึ้น

ตามที่มาทางประวัติศาสตร์ IPA เชื่อว่าพัฒนาขึ้นในยุคที่อังกฤษส่งเบียร์ไปยังอินเดีย การเพิ่มฮ็อปส์มากขึ้นช่วยให้เบียร์เก็บได้นานขึ้นระหว่างการเดินทางทางทะเล แม้นักประวัติศาสตร์บางส่วนจะโต้แย้งรายละเอียดบางอย่าง แต่ที่แน่ๆ คือฮ็อปส์จำนวนมากคือหัวใจของ IPA ดูประวัติ IPA เพิ่มเติมได้ที่ Inzpy ประวัติและที่มาของ India Pale Ale

ความเกี่ยวข้องระหว่าง IPA กับ Pale Ale

IPA มีพื้นฐานจาก Pale Ale แต่รสชาติมักชัดกว่า ขมกว่า และมีกลิ่นฮ็อปส์เด่นกว่า

Pale Ale เป็น “พ่อแม่” ของ IPA มีรสชาติที่สมดุลกว่าระหว่างมอลต์และฮ็อปส์ IPA นำจุดเด่นของฮ็อปส์มาขยายให้ชัดขึ้น ทำให้รสขมและกลิ่นหอมเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด

เหตุผลที่ IPA มีรสชัด

การใช้ฮ็อปส์มากขึ้นช่วยเพิ่มกลิ่น รสขม และลักษณะเฉพาะที่ทำให้ IPA แตกต่างจากเบียร์ทั่วไป

ฮ็อปส์มีสารประกอบสองกลุ่มหลักคืออัลฟาแอซิดที่ให้รสขม และน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่น ผู้ผลิต IPA สามารถเน้นได้ทั้งสองด้าน ทำให้ IPA บางสูตรขมมาก บางสูตรหอมมาก และบางสูตรมีทั้งสองอย่างในระดับสมดุล

เบียร์ IPA รสชาติเป็นแบบไหน

รสขมจากฮ็อปส์

ความขมเป็นเอกลักษณ์หลักของ IPA แต่ระดับความขมอาจแตกต่างกันตามสูตรและสไตล์ของผู้ผลิต

ความขมของเบียร์วัดด้วยค่า IBU (International Bitterness Units) เบียร์ทั่วไปอาจอยู่ที่ 10–20 IBU ส่วน IPA มักอยู่ที่ 40–70 IBU หรือมากกว่า แต่การรับรู้ความขมขึ้นอยู่กับปริมาณมอลต์และน้ำตาลที่บาลานซ์ความขมนั้นด้วย

กลิ่นผลไม้และซิตรัส

IPA หลายสูตรมีกลิ่นคล้ายส้ม เกรปฟรุต ผลไม้เมืองร้อน หรือกลิ่นสมุนไพรจากฮ็อปส์

ฮ็อปส์แต่ละพันธุ์ให้กลิ่นที่ต่างกันอย่างชัดเจน ฮ็อปส์ Citra ให้กลิ่นส้มและมะนาว Mosaic ให้กลิ่นผลไม้เมืองร้อน Galaxy ให้กลิ่นพาสชันฟรุตและกีวี ความหลากหลายนี้ทำให้ IPA แต่ละสูตรมีกลิ่นเฉพาะตัว

บอดี้และความเข้มข้น

มักมีบอดี้ชัดกว่าเบียร์ Lager หรือ Pilsner และให้รสสัมผัสที่หนักแน่นกว่า

บอดี้ของเบียร์หมายถึงความหนาแน่นและน้ำหนักที่รู้สึกได้บนลิ้นและในปาก IPA มักมีบอดี้ชัดกว่าเบียร์ Lager แต่ยังเบากว่า Stout หรือ Porter ทำให้อยู่ในระดับกลางที่หลายคนเพลิดเพลิน

แอลกอฮอล์ใน IPA

โดยทั่วไป IPA มักมีแอลกอฮอล์สูงกว่าเบียร์ดื่มง่ายบางประเภท แต่ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละแบรนด์

IPA ทั่วไปมักอยู่ที่ 5.5–7.5% ABV ส่วน Double IPA อาจสูงถึง 8–10% หรือมากกว่า ในขณะที่ Session IPA ถูกออกแบบให้มีแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 5% เพื่อดื่มได้นานกว่า

เบียร์ IPA ต่างจากเบียร์ Lager และ Ale ทั่วไปอย่างไร

ประเภท รสชาติ กลิ่น ความขม เหมาะกับ
Lager คลีน สดชื่น เบา น้อย มือใหม่ ดื่มง่าย
Pale Ale สมดุล ฮ็อปส์ปานกลาง ปานกลาง คนชอบเบียร์รสชัดขึ้น
IPA เข้มข้น ฮ็อปส์ชัด มาก คอเบียร์ คราฟต์เบียร์
Double IPA หนักมาก ฮ็อปส์เข้มมาก มากมาก คนชอบรสเข้มจัด

ต่างจาก Lager อย่างไร

Lager มักรสคลีน สดชื่น ดื่มง่าย และไม่ซับซ้อนเท่า IPA ที่เน้นกลิ่นฮ็อปส์และรสเข้ม

Lager หมักในอุณหภูมิต่ำและกรองให้ใส ให้รสสะอาดและสดชื่นที่เหมาะกับการดื่มเพื่อดับกระหาย IPA หมักในอุณหภูมิสูงกว่า ให้รสชาติที่ซับซ้อนและกลิ่นหอมที่ชัดกว่ามาก

ต่างจาก Ale ทั่วไปอย่างไร

IPA อยู่ในกลุ่ม Ale แต่มีฮ็อปส์เด่นกว่า Pale Ale หรือ Ale แบบเบากว่า

Ale ทั่วไปอาจรวม Wheat Beer, Pale Ale, Porter และ Stout ซึ่งล้วนมีรสชาติต่างกัน IPA เป็น Ale สายฮ็อปส์ที่เน้นกลิ่นและรสของฮ็อปส์เหนือสิ่งอื่น

เหมาะกับคนดื่มแบบไหน

เหมาะกับคนที่ชอบเบียร์รสชัด กลิ่นเด่น และอยากลองเบียร์ที่มีเอกลักษณ์มากกว่าเบียร์ทั่วไป

ถ้าดื่ม Lager มาตลอดและอยากลองอะไรที่ต่างออกไป Pale Ale เป็นก้าวแรกที่ดี แล้วค่อยขยับมา IPA เมื่อรู้สึกพร้อม

ประเภทของ IPA ที่ควรรู้

American IPA

มักมีกลิ่นฮ็อปส์ชัด รสขมเด่น และมีกลิ่นซิตรัสหรือผลไม้เมืองร้อน

American IPA คือสไตล์ที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเมื่อพูดถึง IPA กลิ่นฮ็อปส์อเมริกันชัดเจน รสขมค่อนข้างสูง และมีกลิ่นผลไม้จากฮ็อปส์ที่เน้นกลิ่น ถ้าซื้อ IPA โดยไม่ระบุสไตล์ มักจะเป็น American IPA

English IPA

มักมีความสมดุลระหว่างมอลต์และฮ็อปส์ รสขมไม่พุ่งเท่าสไตล์อเมริกัน

English IPA ต้นตำรับดั้งเดิมมีความสมดุลมากกว่า มอลต์ให้ความหวานที่บาลานซ์กับความขมของฮ็อปส์ กลิ่นเป็นแนวสมุนไพรและดอกไม้มากกว่าผลไม้เมืองร้อน เหมาะกับคนที่ต้องการ IPA แต่ไม่อยากให้ขมจัดเกินไป

Double IPA

ใช้ฮ็อปส์มากขึ้น บอดี้แน่นขึ้น รสเข้มขึ้น และมักมีแอลกอฮอล์สูงกว่า IPA ทั่วไป

Double IPA หรือ DIPA หรือ Imperial IPA คือ IPA ที่ทุกอย่างเข้มข้นขึ้นสองเท่า ทั้งฮ็อปส์ มอลต์ และแอลกอฮอล์ เหมาะกับคนที่ชอบ IPA อยู่แล้วและต้องการประสบการณ์ที่หนักกว่า

Session IPA

เป็น IPA ที่ดื่มง่ายกว่า แอลกอฮอล์ต่ำกว่า และเหมาะกับคนที่อยากได้กลิ่นฮ็อปส์แต่ไม่ต้องการความหนักมาก

Session IPA ออกแบบมาให้ดื่มได้นานกว่าโดยไม่รู้สึกหนักเร็ว แอลกอฮอล์มักอยู่ที่ 3.5–4.5% ยังได้กลิ่นฮ็อปส์และรสชาติของ IPA แต่เบากว่า เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มลอง IPA

Hazy IPA

มีลักษณะขุ่น กลิ่นผลไม้เด่น รสละมุนกว่า และขมน้อยกว่า IPA บางสไตล์

Hazy IPA หรือ New England IPA เป็น IPA ที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นผลไม้เข้มข้นและความขมที่น้อยกว่า ทำให้เป็นประเภทที่คนไม่ชอบขมแต่อยากลอง IPA มักชอบมากที่สุด

ส่วนประกอบที่ทำให้ IPA มีเอกลักษณ์

ฮ็อปส์

เป็นหัวใจของ IPA ช่วยเพิ่มกลิ่นหอม รสขม และเอกลักษณ์เฉพาะของเบียร์

ฮ็อปส์เป็นดอกของพืช Humulus lupulus ที่เพิ่มลงในเบียร์ระหว่างการต้ม ยิ่งเพิ่มฮ็อปส์เร็วขึ้นในกระบวนการต้มยิ่งได้ความขมมาก ยิ่งเพิ่มช้าลงยิ่งได้กลิ่นมาก IPA มักใช้ฮ็อปส์ในหลายจังหวะเพื่อให้ได้ทั้งความขมและกลิ่น ดูข้อมูลการทำ IPA แบบมืออาชีพเพิ่มเติมได้ที่ Uncle N Brew เคล็ดลับ IPA แบบมืออาชีพ

มอลต์

ช่วยสร้างสี บอดี้ และความหวานบางส่วนเพื่อบาลานซ์ความขมของฮ็อปส์

มอลต์คือธัญพืชที่ผ่านกระบวนการเพาะงอกและอบ ให้น้ำตาลสำหรับการหมักและสร้างบอดี้ให้เบียร์ ใน IPA มอลต์ทำหน้าที่เป็นฐานที่บาลานซ์ความขมของฮ็อปส์ ไม่ใช่ตัวเอกเหมือนใน Stout หรือ Porter

ยีสต์

มีผลต่อกลิ่น รส และกระบวนการหมัก โดย IPA อยู่ในกลุ่มเบียร์ Ale ที่ใช้ยีสต์หมักแบบอุณหภูมิสูงกว่า Lager

ยีสต์สายพันธุ์ต่างกันให้รสชาติต่างกัน ใน Hazy IPA ยีสต์ที่เลือกมีส่วนสำคัญมากในการสร้างกลิ่นผลไม้ ในขณะที่ American IPA มักเลือกยีสต์ที่ให้รสสะอาดเพื่อให้กลิ่นฮ็อปส์ออกมาชัดที่สุด

น้ำ

เป็นส่วนประกอบหลักที่มีผลต่อความสมดุลและรสชาติโดยรวมของเบียร์

น้ำในเบียร์ไม่ใช่แค่น้ำเปล่า แร่ธาตุที่ละลายในน้ำส่งผลต่อรสชาติ โรงเบียร์คราฟต์จริงจังมักปรับแร่ธาตุในน้ำให้เหมาะกับสไตล์เบียร์ที่ผลิต

IPA เหมาะกับคนเริ่มดื่มเบียร์ไหม

เหมาะกับคนที่ชอบรสเข้มและกลิ่นชัด

หากชอบรสขม กลิ่นผลไม้ หรือกลิ่นฮ็อปส์ IPA เป็นประเภทที่น่าลอง

คนที่ชอบกาแฟขม ชาเข้ม หรืออาหารรสจัดมักปรับตัวกับ IPA ได้ดีกว่าคนที่ชอบรสหวานและเบา ความขมของฮ็อปส์ในเบียร์ต่างจากความขมของกาแฟแต่หลายคนที่ชอบกาแฟดำก็มักชอบ IPA ด้วย

อาจไม่เหมาะกับคนที่ชอบเบียร์รสเบา

ผู้ที่คุ้นกับ Lager หรือ Pilsner อาจรู้สึกว่า IPA ขมและหนักกว่าที่เคยดื่ม

การเปลี่ยนจาก Lager มา IPA โดยตรงอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่เกินไป Pale Ale เป็นสะพานที่ดีระหว่างสองโลกนี้ ให้ความคุ้นเคยกับรสชาติฮ็อปส์ก่อนที่จะลอง IPA จริงๆ

เริ่มจาก IPA ที่ดื่มง่ายก่อน

ผู้เริ่มต้นอาจลอง Session IPA หรือ Hazy IPA ก่อนขยับไปสู่ IPA ที่ขมและเข้มขึ้น

Hazy IPA มักเป็น IPA แรกที่หลายคนชอบ เพราะกลิ่นผลไม้เด่นชัดและรสขมเบากว่า American IPA ทั่วไป การไล่ระดับจาก Hazy ไป Pale Ale ไป American IPA ไป Double IPA ทำให้ประสบการณ์การค้นพบ IPA สนุกและไม่น่ากลัว

วิธีดื่มเบียร์ IPA ให้อร่อย

เสิร์ฟในอุณหภูมิที่เหมาะสม

ไม่ควรเย็นจัดเกินไป เพราะอาจทำให้กลิ่นฮ็อปส์และกลิ่นผลไม้ลดลง

IPA เสิร์ฟที่อุณหภูมิประมาณ 7–13°C ดีกว่าเย็นจัด 2–4°C แบบ Lager ทั่วไป ความเย็นจัดปิดกั้นโมเลกุลกลิ่นไม่ให้ระเหยขึ้นมา ทำให้ไม่ได้กลิ่นฮ็อปส์ที่เป็นจุดเด่นของ IPA

ใช้แก้วที่ช่วยดึงกลิ่น

แก้วที่มีปากแคบเล็กน้อยช่วยรวมกลิ่นฮ็อปส์และทำให้รับกลิ่นได้ชัดขึ้น

แก้ว Tulip หรือ Pint Glass ทรงกรวยเป็นที่นิยมสำหรับ IPA การเทเบียร์ลงในแก้วทรงที่ถูกต้องช่วยให้กลิ่นรวมตัวที่ปากแก้วและรับรู้ได้ชัดกว่าดื่มจากขวดโดยตรง ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรมคราฟต์เบียร์ในไทยได้ที่ ข่าวสด วัฒนธรรมและแนวโน้มคราฟต์เบียร์ในไทย

รินให้มีฟองพอดี

ฟองเบียร์ช่วยพากลิ่นขึ้นมาและทำให้การดื่มได้รสสัมผัสดีขึ้น

รินเบียร์เอียงแก้ว 45 องศาจนครึ่งหนึ่งแล้วตั้งแก้วตรงให้ฟองขึ้นมา ฟองที่ดีควรหนาและคงอยู่นาน เป็นสัญญาณว่าเบียร์มีกลิ่นและรสชาติที่ดี

ชิมทั้งกลิ่น รส และรสหลังกลืน

IPA มักมีรายละเอียดตั้งแต่กลิ่นแรก รสขมกลางลิ้น ไปจนถึงความขมที่ค้างหลังกลืน

ดม IPA ก่อนจิบครั้งแรกเสมอ กลิ่นคือครึ่งหนึ่งของประสบการณ์การดื่ม IPA ที่ดี ความขมที่ค้างหลังกลืนในภาษาเบียร์เรียกว่า Finish หรือ Aftertaste ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการประเมินคุณภาพ IPA

อาหารที่เข้ากับเบียร์ IPA

อาหารรสจัด

อาหารเผ็ดหรือรสเข้มช่วยเข้ากับความขมและกลิ่นฮ็อปส์ของ IPA ได้ดี

อาหารไทยรสจัดอย่างต้มยำ ผัดกะเพรา และแกงเขียวหวานเข้ากันดีกับ IPA เพราะรสเผ็ดและรสเข้มของอาหารสู้กับความขมของเบียร์ได้ ทำให้ทั้งอาหารและเบียร์สมดุลกันมากขึ้น

ของทอดและอาหารมัน

ความขมและความซ่าของ IPA ช่วยตัดความมัน ทำให้กินได้เพลินขึ้น

ไก่ทอด หมูกรอบ และของทอดกรอบๆ เข้ากันดีกับ IPA เพราะความขมและความซ่าของเบียร์ตัดความมันและรีเซ็ตปากให้พร้อมกินคำต่อไป

เนื้อย่างหรือบาร์บีคิว

รสเข้มของเนื้อย่างเข้ากับบอดี้และกลิ่นฮ็อปส์ของ IPA

เนื้อย่างที่มีรสเข้มและกลิ่นควันต้องการเบียร์ที่มีบุคลิกแข็งแกร่งพอจะเข้ากันได้โดยไม่หายไป IPA ให้บอดี้และรสชาติที่สมดุลกับเนื้อย่างได้ดีกว่า Lager ที่อาจกลบกลิ่นเนื้อย่าง

ชีสและอาหารกลิ่นชัด

IPA สามารถจับคู่กับอาหารที่มีรสและกลิ่นเด่นได้ดี เพราะตัวเบียร์มีบุคลิกชัดเจน

ชีสรสเข้มอย่าง Cheddar ที่บ่มนานหรือ Blue Cheese เข้ากับ IPA ได้ดีเพราะทั้งคู่มีบุคลิกที่เด่นและสามารถสู้กันได้โดยไม่มีฝ่ายใดกลบอีกฝ่าย

ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อเบียร์ IPA

ดูระดับแอลกอฮอล์

IPA แต่ละสูตรมีระดับแอลกอฮอล์ต่างกัน โดย Double IPA มักแรงกว่า IPA ทั่วไป

ตรวจสอบ ABV บนฉลากก่อนเสมอ Session IPA 3.5–4.5% เหมาะกับการดื่มหลายแก้ว American IPA 5.5–7.5% เหมาะกับการดื่มเพลิดเพลิน Double IPA 8–10%+ ควรดื่มด้วยความระมัดระวัง

ดูสไตล์ของ IPA

หากชอบขมชัดอาจเลือก American IPA หากชอบละมุนและกลิ่นผลไม้เด่นอาจเลือก Hazy IPA

ฉลาก IPA ที่ดีมักระบุสไตล์ให้ชัดเจน ถ้าไม่ระบุสไตล์ ลองค้นหาชื่อแบรนด์ออนไลน์เพื่อดูว่าเป็นสไตล์ไหนก่อนซื้อ

ดูความสดใหม่

กลิ่นฮ็อปส์ของ IPA อาจลดลงเมื่อเก็บไว้นาน จึงควรดูวันผลิตหรือวันหมดอายุ

คำเตือน: IPA โดยเฉพาะ Hazy IPA ที่เน้นกลิ่นควรดื่มให้เร็วที่สุดหลังผลิต กลิ่นฮ็อปส์จะลดลงอย่างรวดเร็วหลัง 2–3 เดือน ซื้อ IPA ที่ผลิตล่าสุดเสมอถ้าทำได้

เลือกตามประสบการณ์การดื่ม

มือใหม่ควรเริ่มจากสูตรดื่มง่าย ส่วนคนที่คุ้นเคยแล้วอาจลอง IPA ที่ขมและเข้มขึ้น

ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องดื่ม IPA ระดับไหนก่อน แต่การไล่ระดับจากเบาไปหนักทำให้เพลิดเพลินกับกระบวนการค้นพบมากกว่าการกระโดดไปดื่ม Double IPA เป็นแก้วแรก

สรุปเบียร์ IPA คืออะไร เหมาะกับใคร

เบียร์ ipa คือเบียร์สายฮ็อปส์ที่มีรสชัดและกลิ่นเด่น

เป็นเบียร์ในกลุ่ม Ale ที่โดดเด่นด้วยความขม กลิ่นผลไม้ ซิตรัส และความซับซ้อนของรสชาติ

IPA ไม่ใช่เบียร์สำหรับทุกคน แต่สำหรับคนที่ค้นพบแล้วว่าชอบ มักกลายเป็นเบียร์โปรดที่หันไปดื่มอื่นได้ยาก ความหลากหลายของ IPA จาก Session ถึง Double จาก Hazy ถึง West Coast ทำให้มีสิ่งใหม่ให้ค้นพบไม่มีสิ้นสุด สำหรับ Mepanya แหล่งรวมความรู้รอบครัวและไลฟ์สไตล์ไทย การเข้าใจความแตกต่างของเบียร์แต่ละประเภทช่วยให้เลือกดื่มได้ตรงใจและเพลิดเพลินมากขึ้น

เหมาะกับคนที่อยากลองเบียร์ที่มีเอกลักษณ์

โดยเฉพาะผู้ที่ชอบเบียร์รสเข้ม มีกลิ่นหอมชัด และต้องการประสบการณ์ดื่มที่ต่างจาก Lager

ถ้าดื่ม Lager มาตลอดและรู้สึกอยากลองอะไรที่ต่างออกไป IPA คือจุดเริ่มต้นที่ดีของการสำรวจโลกเบียร์ที่กว้างกว่าที่คิด

เลือก IPA ให้เหมาะกับรสนิยมของตัวเอง

เริ่มจากสไตล์ที่ดื่มง่ายก่อน แล้วค่อยลอง IPA ที่เข้ม ขม หรือมีแอลกอฮอล์สูงขึ้นตามความชอบ

Hazy IPA หรือ Session IPA เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะกลิ่นผลไม้ชัดและรสขมเบากว่า เมื่อชินแล้วค่อยไล่ไป American IPA และ Double IPA ตามความชอบ

Visited 1 times, 1 visit(s) today

เรื่องราวเพิ่มเติม

กุนเชียงยี่ห้อไหนอร่อย เลือกแบบไหนดี กินคู่ข้าวต้มก็ได้ ทำอาหารก็เด็ด

กุนเชียงดูเหมือ …