วันศุกร์, มิถุนายน 9, 2023
หน้าแรก บล็อก หน้า 3

กระถางแก้มลิง เทคนิคใหม่ลดการใช้น้ำ รดวันเดียวอยู่ได้หลายวัน

0
สวัสดีสมาชิกแนวทางเกษตร เกร็ดความรู้ทุกคนด้วยนะครับ เรามีสาระเกร็ดความรู้มาฝากสมาชิกผู้อ่านทุกคน เป็นการปลูกพืช " กระถางแก้มลิง "เทคนิคลดการใช้น้ำ เป็นกระถางประดิษฐ์ที่นำมาประยุกต์ปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ รวมไปถึงการปลูกไม้ดอกไม้ประดับด้วย ซึ่งที่มาของแนวคิดประดิษฐ์กระถางประหยัดน้ำของ " คุณสุทน แสงตันเจริญ " เราจึงนำมาประยุกต์ใช้ จะมีหลักการในการปลูกพืชจะมีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่าง  คือ น้ำ 25 %  อากาศ 25 % และดินปลูก 50 % กระถางประหยัดน้ำ จะมีประโยชน์ในเรื่องของการดูแลรักษา สามารถที่จะเคลื่อนย้ายได้ง่าย สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยต้องการปลูกผักไว้รับประทานเองก็สามารถที่จะปลูกได้ ที่สำคัญพืชที่เราทำการปลูกแล้ว จะสามารถเจริญเติบโตได้ดีเพราะว่ามีองค์ประกอบของน้ำ อากาศ และดินปลูก ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไรนั้น เราไปรับชมกันค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1.กะละมัง สำหรับเป็นฐานปลูก 2.กะลังใบเล็กที่เจาะรู สำหรับเป็นอุโมงค์น้ำและอากาศ 3.ท่อ PVC 4.กาบมะพร้าวสับหยาบ 5.ดินปลูก 6.บัวรดน้ำพร้อมน้ำ 7.เมล็ดพันธ์ุผัก  วิธีการทำ 1.กะละมังใบเล็กที่เจาะรู ขนาดของรูจะเท่ากับท่อ PVC จากนั้นสามารถสวมท่อ PVC เข้าไปได้เลย สาเหตุที่เราต้องใส่ท่อ PVC เพราะว่าถ้าไม่ใส่ดินปลูกจะเข้ามาอุดรูน้ำ ซึ่งจะทำให้ระบายได้ไม่ดีและจะมีน้ำส่วนเกินมาด้วย 2.นำกาบมะพร้าวสับหยาบมารองข้างกะละมังเป็นชั้นแรก  เพื่อรักษาความชื้นและเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ กรณีที่ไม่มีกาบมะพร้าวสามารถใช้ถ่านหรือหินก็ได้เช่นกัน 3.จากนั้นนำดินปลูกมาใส่ ดินปลูกกับกาบมะพร้าวรวมกันแล้วประมาณ 50 % กรณีที่เจาะรูใหญ่เกินไป จะใช้กาบมะพร้าวอุดรู เพื่อที่จะมีช่องอากาศ ไม่ให้ดินไหลลงไปด้านล่าง เพราะถ้าดินไหลลงไปด้านลงจะทับตัวที่เป็นอุโมงค์น้ำและอากาศ สำหรับดินปลูก...

คุณแม่วรรณ เลี้ยงเป็ดอี้เหลียง เสริมอาชีพหลัก สร้างรายได้สูงสุด เดือนละ 20,000 บาท

0
สวัสดีเพื่อนๆเกษตรทุกคนค่ะ สำหรับวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ  แม่มะลิวรรณ ชาบุญเฮียง หรือแม่วรรณ เจ้าของฟาร์มเป็ดอี้เหลียง ตั้งอยู่ที่ บ้านพระยืน ตำบลพระยืน อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น แม่วรรณ เล่าไว้ว่า เมื่อก่อนไม่ค่อยมีอาชีพทำเหมือนคนอื่น บางครั้งก็จะนำผักที่ปลูกไว้ไปขายตามหมู่บ้าน หลังจากนั้นลูกชายจึงได้กลับมาทำกิจการเลี้ยงเป็ดอี้เหลียง เพื่อให้แม่มีอาชีพทำที่บ้าน ไม่ต้องเหนื่อยปั่นจักรยานไปขายผักเหมือนเดิม ซึ่งครั้งแรกที่นำเป็ดอี้เหลียงมาเลี้ยงประมาณ 100 ตัว ครั้งแรกที่นำเป็ดมาเลี้ยงคิดว่าคงจะขายไม่ค่อยได้ พอหลังจากที่เลี้ยงโตแล้วมีลูกค้าเข้ามาที่ฟาร์มเองเพื่อจองไข่และตัว ถือว่าได้ขายได้ดี ปัจจุบันที่ฟาร์มจึงเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นมาเรื่อยๆ ส่วนการเลี้ยงก็เลี้ยงดูแลง่ายโดยจะให้อาหารเป็นเวลา ลักษณะของเป็นอี้เหลียงจะมีขาเป็นสีส้ม ส่วนขนจะออกเป็นสีเหลืองอ่อนๆ เนื้อจะเยอะ ปัจจุบันมี่ฟาร์มแม่วรรณ มีลูกค้าเข้ามาขจองเยอะ โดยจะมีลูกค้ามาจากต่างจังหวัดด้วย เฉลี่ยรายได้ของฟาร์มต่อเดือนประมาณ 10,000 - 20,000 บาท มาจากการขายไข่และตัวเป็ด สำหรับข้อดีของการมาเลี้ยงเป็ด แม่วรรณบอกว่า " การเลี้ยงเป็ดอี้เหลี้ยงทำให้มีรายได้เข้ามาประจำและดีด้วย ถึงแม้ว่ารายได้จากการขายจะดี แต่พอถึงช่วงฤดูของผักสะเดา ผักหวานก็จะเก็บไปขายเหมือนเดิม เป็นความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รัก มีอาชีพอยู่กับบ้าน และทำให้ชีวิตดีขึ้นเยอะต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องปั่นจักรยานไปขายผักตามหมู่บ้าน " การเลี้ยงเป็ดอีเหลี้ยงของแม่วรรณ ถือว่าเป็นกำลังใจดีๆสำหรับเพื่อนๆเกษตรกรท่านใดที่มองหาอาชีพเสริมทำอยู่ ลองนำวิธีการเลี้ยงเป็ดแบบแม่วรรณนี้ไปปรับใช้ดูนะคะ สำหรับท่านใดสนใจในเรื่องของการเลี้ยงเป็ดอี้เหลียง สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แม่มะลิวรรณ ชาบุญเฮียง(แม่วรรณ) เบอร์โทรติดต่อ : 085-463 8321 (แม่วรรณ) , 095-639...

ปุ๋ยน้ำหมักกรดอะมิโน สูตรเร่งดอก เร่งโต บำรุงพืช ทำเองง่ายๆ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

0
ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกท่านเข้าสู่เว็บไซต์ me-panya ศูนย์รวมความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวเกษตรจากภูมิปัญญาชาวบ้าน วันนี้จะไปทุกท่านไปชมวิธีทำปุ๋ยน้ำหมักกรดอะมิโน กรดอะมิโน คือ ส่วนประกอบและต้นกำเนิดของโปรตีนสำหรับพืชที่จะทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี โดยทั่วไปแล้วพืชสามารถที่จะสังเคราะห์กรดอะมิโนได้เอง แต่สำหรับวันนี้เราจะมาทำการหมักและเพิ่มกรดอะมิโนให้กับพืช เพื่อที่จะให้พืชมีการเจริญเติบโตที่ดี ช่วยสังเคราะห์โปรตีนให้กับพืช ซึ่งจะมีรายละเอียดและวิธีการทำอย่างไรนั้น เราไปรับชมกันเลยค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1.ถั่วเขียว 1 กก. 2.น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม 3.จุลินทรีย์เปลือกสัปปะรด 500 ซีซี (ถ้าไม่มีจุลินทรีย์เปลือกสัปปะรดก็สามารถใช้จุลินทรีย์อย่างอื่นแทนได้ เช่น จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง จุลินทรีย์อีเอ็ม จุลินทรีย์จาวปลวก หรือจุลินทรีย์หน่อกล้วย เป็นต้น 3.น้ำเปล่าหรือน้ำสะอาด 1 ลิตร 4. ภาชนะหมักพร้อมฝาปิด วิธีการทำ 1.นำถั่วเขียวที่เตรียมไว้มาเทใส่ภาชนะหมัก 2.จากนั้นเทน้ำตาลทรายแดงตามลงไป 500 กรัม 3.เติมจุลินทรีย์เปลือกสัปปะรดลงไป 500 ซีซี 4.หลังจากที่เติมจุลินทรีย์ เปลือกสัปปะรดลงไปแล้ว นำน้ำเปล่าเติมลงไป 1 ลิตร 5.เมื่อเราใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปในภาชนะหมักครบแล้ว จะนำฝามาปิดภาชนะหมักและเขย่าส่วนผสมทุกอย่างละลายให้เข้ากัน การเก็บรักษา หลังจากที่เราทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำไปเก็บในที่ร่มถ่ายเทได้ดี ระยะเวลาที่ใช้ในการหมักประมาณ 1 เดือน หลังจากที่เราทำการหมักครบ 1 เดือนแล้ว สามารถที่จะกรองเอาเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำนำไปใช้งานได้เลย ซึ่งจะเก็บไว้ใช้งานได้จนกว่าจะหมด ส่วนกากที่เหลือสามารถที่จะใช้เป็นปุ๋ยหมัก หรือใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดินได้ วิธีการนำไปใช้งาน น้ำหมักกรดอะมิโนจะมีวิธีการนำไปใช้งานอยู่ 2 วิธี คือ 1.การนำไปฉีดพ่นให้กับต้นพืชทันทีเลย จะช่วยให้พืชมีความเขียวงาม อัตราส่วนการใช้งานน้ำหมักกรดอะมิโน 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 10...

ปลูกตะไคร้ ในวัสดุเหลือใช้ ให้ต้นอวบ พื้นที่น้อยก็ปลูกได้

0
ทักทายสมาชิกผู้ทำเกษตรทุกๆท่านด้วยค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ me-panya.com ศูนย์รวมบทความสาระความรู้ต่างๆเกี่ยวกับเกษตรทั่วทุกด้าน แน่นอนว่ามาพบกับเรา ก็ต้องมีความรู้มาเผยแพร่ให้เพื่อนๆกันแน่นอน เรื่องที่เรายกมานำเสนอในวันนี้ เป็นเทคนิคปลูกตะไคร้ ให้ต้นอวบ พื้นที่น้อยก็ปลูกได้ ตะไคร้เป็นเครื่องเทศสมุนไพรที่เราใช้ในการประกอบอาหารอยู่แล้วเป็นประจำ โดยทั่วไปแล้วการปลูกตะไคร้จะปลูกให้เป็นกอ สำหรับคนที่มีพื้นที่ที่มีดินพร้อมที่จะลงปลูกได้ในดิน แต่สำหรับวันนี้คนที่มีพื้นที่น้อยจำกัดก็สามารถปลูกตะไคร้ไว้รับประทานเองได้เช่นเดียวกัน วิธีการทำจะเป็นอย่างไรนั้น เราไปรับชมกันเลยค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1.ตะไคร้ 2.ภาชนะสำหรับปลูก 3.ดินปลูก 4.มีด 5.น้ำ วิธีการทำ  1.นำตะไคร้มาตัดให้เหลือประมาณ 10 ซม.  เพื่อที่จะให้แตกยอดได้เร็วขึ้นและช่วยกระตุ้นให้รากเกิดได้เร็ว ซึ่งตะไคร้ที่เราซื้อมาจากตลาด โดยปกติแล้วจะยังไม่มีรากแต่ก็สามารถที่จะนำไปปลูกได้ 2.หลังจากที่ตัดตะไคร้เสร็จแล้ว เราก็สามารถนำไปปลูกได้เลย ถ้ายังไม่นำไปปลูกต้องการให้ตะไคร้เกิดรากและแทงใบขึ้นมาก่อน เราก็สามารถนำตะไคร้ไปแช่น้ำได้ ซึ่งจะสามารถที่จะนำไปปลูกและฟื้นด้วยได้ง่าย 3.หลังจากที่เราเตรียมส่วนของต้นพันธ์ุตะไคร้เรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะเตรียมส่วนภาชนะในการปลูก โดยนำดินมาใส่ในภาชนะให้เต็ม 4.จากนั้นนำตะไคร้ลงมาปลูกในภาชนะที่เราเตรียมไว้ โดยจะทำการปลูกไป 6 ต้น ความลึกของหลุมปลูกประมาณ 1-2 ซม. ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 4-5 ซม. 5.เมื่อเราปลูกเสร็จแล้วทำการรดน้ำตามลงไปได้เลย การดูแลรักษา หลังจากที่เราทำการปลูกเสร็จแล้ว จะนำไปวางไว้ในที่มีแดดร่ำไร อากาศถ่ายเทได้ดี เพราะตะไคร้จะสามารถเจริญเติบโตได้ดี การรดน้ำและการให้ปุ๋ยประมาณ 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ในกรณีที่ต้องการจะใส่ปุ๋ยหลังจากที่เราทำการปลูกไปแล้ว 3 สัปดาห์ ก็สามารถที่จะให้ปุ๋ยได้เลย เช่น ปุยน้ำหมัก และปุ๋ยคอกต่างๆ ระยะเวลาที่สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 2 เดือน โดยปกติตะไคร้จะแตกกออยู่แล้ว แต่เราปลูกในภาชนะที่มีพื้นที่จำกัด จะไม่มีการแตกกอ ซึ่งเราสามารถถอนต้นตะไคร้แล้วสามารถนำไปรับประกอบอาหารได้เลย เทคนิคการปลูกตะไคร้ ให้ต้นอวบ พื้นที่น้อยก็ปลูกได้...

น้ำหมักฝักคูนสด ป้องกันแมลงศัตรูพืชต่างๆ

0
สวัสดีสมาชิกแนวทางเกษตร เกร็ดความรู้ทุกคนด้วยนะคะ เรามีสาระเกร็ดความรู้มาฝากสมาชิกผู้อ่านทุกคน เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับวิธีการทำน้ำหมักฝักคูณสด น้ำหมักสูตรนี้เป็นการนำฝักคูณสดมาทำเป็นปุ๋ย และเป็นสารป้องกันแมลงต่างๆ สำหรับการปลูกพืช เนื่องจากฝักสดเป็นวัตถุดิบที่สามารถหาได้ง่าย โดยในฝักคูณสดจะประกอบด้วย กรดยูริคและยูเรียค่อนข้างที่จะเยอะเหมือนกับพืชตระกูลถั่วทั่วไป ดังนั้น เราจึงมาทำเป็นน้ำหมัก เพื่อที่จะนำไปใช้บำรุงพืช เพื่อเร่งการเจริญเติบโตได้ดี จะมีรายละเอียดอย่างไรนั้น เราไปรับชมกันได้เลยค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1. ฝักคูณสด 1 กิโลกรัม 2.กากน้ำตาล 100 ซีซี 3.น้ำสะอาด 2 ลิตร 4. หัวเชื้อจุลินทรีย์หน่อกล้วย 2 ช้อน 5.ไม้ สำหรับทุบฝักคูณ 6.ถุงพลาสติก 7.ไม้ สำหรับคนส่วนผสม 8.ช้อน สำหรับตวง 9.ภาชนะหมักพร้อมฝาปิด วิธีการทำ 1.นำฝักคูณสดมาหักเป็นท่อน แล้วใส่ในถุงพลาสติก เพื่อที่จะทำการทุบในถุงพลาสติก 2.หลังจากที่ทำการหักฝักคูณเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช้ไม้ทุบฝักคูณให้แตก 3.จากนั้นนำฝักคูณสดที่ทุบเสร็จแล้ว ใส่ลงไปในภาชนะหมักได้เลย 4.เติมกากน้ำตาลลงไป 100 ซีซี เพื่อเป็นอาหารของจุลินทรีย์ ให้ช่วยเร่งการขยายตัวของจุลินทรีย์ และเพื่อป้องกันการบูดเน่า 5.จากนั้นเติมน้ำสะอาดตามลงไป 2 ลิตร 6.เติมจุลินทรีย์หน่อกล้วยสูตรหัวกล้วยลงไป 2 ช้อนแกง จะช่วยในเรื่องการขยายตัวของจุลินทรีย์ และมีการย่อสลายได้ง่ายขึ้น 7.เมื่อใส่ส่วนผสมทุกอย่างครบเรียบร้อยแล้ว ใช้ไม้คนเพื่อให้กากน้ำตาลละลาย 8.จากนั้นฝาถังหมักมาปิดให้เรียบร้อย ถือว่าเสร็จวิธีการทำ การเก็บรักษา หลังจากที่เราทำเสร็จแล้ว ควรเก็บไว้ในที่ร่ม ระยะเวลาที่ใช้ในการหมักทั้งหมด 2 สัปดาห์ จากนั้นก็สามารถนำไปใช้งานได้เลย ตัวอย่าง น้ำหมักคูณสดที่พร้อมใช้งานแล้ว การนำไปใช้งาน สำหรับวิธีการนำไปใช้งาน จะนำน้ำหมักฝักคูณสดไปเจือจางกับน้ำเปล่าใช้ในการฉีดพ่น อัตราส่วนในการใช้งาน 50 ซีซี ต่อน้ำ 10 ลิตร...

เลี้ยงปลาด้วยฟางข้าว ประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างดี

0
สวัสดีสมาชิกแฟนเพจแนวทางเกษตร เกร็ดความรู้ ศูนย์รวมความรู้ด้านการเกษตร เนื้อหาที่คัดสรรมาล้วนแต่ได้รับการเรียบเรียงข้อมูลมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยความรู้ที่เรานำมาฝากในวันนี้ เป็นการทำแซนด์วิซ ให้อาหารปลา คือ การนำฟางข้าวมาหมักเป็นชั้นๆกับมูลสัตว์ เพื่อให้เกิดการย่อยสลายเป็นอาหารให้กับปลา ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนในการซื้อหัวอาหารให้กับปลา ช่วยปรับสภาพน้ำจากน้ำสีขุ่นให้มีความใสขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างแพลงก์ตอนหรือสร้างไรแดงให้กับปลา ทำให้ปลาของเรามีการเจริญเติบโตได้ดีด้วยค่ะ จะมีวิธีการทำอย่างไรนั้น เราไปรับชมกันเลยค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1.หลักไม้ 2. ฟางข้าว 3.ปุ๋ยคอก 1 กระสอบ วิธีการทำ 1.นำหลักไม้มาตอกลงในบริเวณที่เราต้องการ เพื่อเป็นกรอบไม้ให้ฟางไหลไปที่อื่น ขนาด 1 x 1 เมตร ส่วนระดับของคอกฟางควรอยู่ประมาณชายฝั่ง 2.หลังจากทำการตอกหลักเสร็จเรียบร้อย นำฟางข้าวมาใส่ สำหรับวันนี้เราจะทำเป็น 2 ชั้น 3.จากนั้นนำปุ๋ยคอกมาใส่ประมาณครึ่งกระสอบ ทำการเกลี่ยปุ๋ยคอกให้ทั่วบริเวณฟางข้าว 4. นำฟางข้าวมาใส่ชั้นที่ 2 สำหรับเพื่อนๆท่านใดที่ไม่มีฟางข้าว เราก็สามารถนำเศษหญ้า หรือเศษใบไม้แห้งมาหมักให้กับปลาได้เช่นกัน 5.เมื่อใส่ฟางข้าวชั้นที่ 2 เสร็จ นำปุ๋ยคอกที่เหลือมาโรย ถ้าไม่มีมูลวัวก็สามารถใส่มูลควาย มูลม้า มูลไก่และมูลหมูได้ การดูแลรักษา หลังจากที่เราทำเสร็จแล้ว จะทำการปล่อยไว้ในลักษณะแบบนี้จนกว่าตัวฟางข้าวจะยุบตัวลงไป ซึ่งระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ปลาก็จะมากินอาหาร จากนั้นก็สามารถนำฟางข้าวและปุ๋ยคอกมาเติมได้เลยเรื่อยๆ ถ้าเพื่อนๆมีน้ำหมักก็สามารถนำมาใช้ได้ เช่น จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง จุลินทรีย์จาวปลวก เป็นต้น สำหรับการทำแซนด์วิซให้อาหารปลา 1 ครั้ง จะใช้ฟางประมาณ 1 ก้อนสามารถอยู่ได้นานถึง...

ปลูกเตยหอม ตัดใบส่งขายตลาด สร้างรายได้สูงสุด เดือนละ 50,000 บาท

0
สวัสดีเพื่อนๆเกษตรกรทุกคนค่ะ สำหรับวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ คุณชนัญชิดา ทองสวัสดิ์ หรือ คุณหน่อย  เจ้าไร่เตยหอม บ้านหน่อย ตั้งอยู่ที่ บ้านโนนทองหลาง ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น คุณหน่อย เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนได้ทำหลากหลายอาชีพ เลยอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองแต่สิ่งที่ทำต้องเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทางด้านการเกษตร เพราะว่าโดยส่วนตัวชอบทำการเกษตรอยู่แล้ว จากนั้นจึงลองศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวอาชีพที่ทำให้เกิดเป็นรายได้และอาชีพหลัก จึงได้ไปเจอวิธีการปลูกเตยหอมซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถนำไปใช้ได้ทุกวัน หลังจากนั้นจึงเริ่มปรึกษากับแม่ ในช่วงแรกแม่ของคุณหน่อยยังไม่เห็นด้วยกับการจะปลูกเตยหอม หลังจากที่หมดสัญญาจ้างจากงานประจำคุณหน่อยจึงได้เริ่มทดลองปลูกในพื้นที่บริเวณ 1 ไร่ ทำการปลูกเตยหอมประมาณ 3,000 กว่าต้น ซึ่งช่วงแรกที่ปลูกยังไม่มีความรู้และประสบการณ์มาก ส่งผลให้ได้ผลผลิตยังไม่ค่อยดี จากนั้นทำการศึกษาหาข้อมูลมาเรื่อยๆ ลองผิดลองถูก จนได้ผลผลิตที่ดีจนมาถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งช่วงแรกคุณหน่อยปลูกเตยเองคนเดียวแต่ด้วยออเดอร์ลูกค้าเยอะ เตยไม่พอส่งเลยได้แนะนำให้คนบริเวณในชุมชุมปลูกเตยหอมด้วยกัน เมื่อได้ผลผลิตแล้ว คุณหน่อยก็จะนำไปจำหน่ายให้ โดยตอนนี้ทางสวนกำลังขยายพื้นที่ปลูกจาก 1 ไร่ เป็น 2 ไร่ ลูกสวนในเครืออีก 5 ไร่ สำหรับการปลูกใบเตยสามารถสร้างรายได้จากส่วนที่เป็นใบ นำใบไปส่งให้กับโรงงานและแม่ค้าทั่วไปได้ แบบตัดทั้งต้น ลูกค้าจะนำไปทำเป็นสมุนไพรอบแห้ง ส่วนแบบแขนง แม่ค้าดอกไม้จะนำไปทำดอกไม้ และจะมีการจำหน่ายต้นพันธ์ุเอาไว้สำหรับปลูก รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของไร่ประมาณ 30,000 - 50,000 บาท การดูแลรักษาหลังจากที่การปลูกเตยแล้ว ในช่วงแแรกจะต้องดูแลเป็นพิเศษช่วงที่ยังไม่ติดต้น และดูในเรื่องของวัชพืชต่างๆ เพราะว่าถ้าหญ้าปกคลุมมากเกินไปจะทำให้ต้นเตยไม่สมบูรณ์ พอต้นเตยมีความเจริญเติบโตที่สมบูรณ์แล้วประมาณ...

ปลูกกระเทียมในขวดน้ำ โตเร็ว หัวใหญ่ พื้นที่น้อยก็ปลูกได้

0
สวัสดีสมาชิกแฟนเพจแนวทางเกษตร เกร็ดความรู้ ศูนย์รวมความรู้ด้านการเกษตร เนื้อหาที่คัดสรรมาล้วนแต่ได้รับการเรียบเรียงข้อมูลมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยความรู้ที่เรานำมาฝากในวันนี้ เป็นเทคนิคการปลูกกระเทียม ให้โตเร็ว ปลอดโรค โดยการขยายพันธ์ุกระเทียม คือ การใช้หัวของกระเทียมมาเป็นพันธ์ุเพื่อที่จะปลูก ในการเตรียมพันธ์ุมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป คนทั่วไปจะนำหัวกระเทียมที่แกะกลีบแล้ว ไปแช่น้ำแล้วก็บ่มเพื่อให้กระเทียมงอกแล้วค่อยนำไปปลูก ซึ่งปัญหาที่เกิดตามมาอัตราการงอกจะไม่พร้อมกัน สำหรับในวันนี้เราจึงนำเทคนิคทำให้กระเทียมงอกพร้อมกันแล้วค่อยนำไปปลูก จะทำให้โตเร็วโตพร้อมกัน รายละเอียดและวิธีการทำจะเป็นอย่างไรนั้น เราไปรับชมกันเลยค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1.หัวกระเทียม(ยังไม่แกะกลีบ) 2.ขวดน้ำที่ตัด ซึ่งจะตัดเป็น 2 ชิ้น 3.เชื้อบีเอสที่ขยายแล้ว เพื่อป้องกันและควบคุมโรคที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย (ถ้าไม่มีสามารถใช้เป็นไตรโคเดอร์มา หรือสารเร่งซุปเปอร์ พด.3แทนได้เช่นกัน) 4.น้ำเปล่า 5.ภาชนะสำหรับปลูก 6.บัวรดน้ำพร้อมน้ำ วิธีการทำ 1.เมื่อเราเตรียมขวดแล้วเพื่อที่จะทำให้กระเทียมงอก จะเตรียมหัวพันธ์ุกระเทียมโดยแกะเปลือกด้านนอกออกให้หมด เพื่อที่จะให้ง่ายต่อการแตกหน่อขึ้นมาใหม่ 2.หลังจากที่เราแกะกระเทียมเรียบร้อย นำหัวเชื้อบีเอสเติมลงไปในขวดแช่อย่างละ 1 ฝา 3.จากนั้นเติมน้ำเปล่าตามลงไปให้ถึงปากขวดที่ตัด 4.นำหัวกระเทียมที่เราเตรียมเสร็จแล้ว มาวางลงในส่วนที่ปากขวด ส่วนรากที่งอกออกมาใหม่ก็จะจ่มอยู่ในน้ำ เมื่อเราทำเสร็จแล้วก็จะนำไปเก็บไว้ในที่ที่ไม่มีแมลงมารบกวน หรือสามารถที่ะวางที่กลางแดดก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะใช้เวลา 7 วัน รากจะเริ่มงอกออกมาก็สามารถที่จะนำไปปลูกได้ 6.สำหรับวิธีการปลูก เมื่อเราเตรียมภาชนะปลูกเรียบร้อยให้แกะต้นกระเทียมแล้วนำมาปลูกได้เลย ทำการปลูกหลุมละ 1 ต้น โดยใช้นิ้วมือแทงเป็นรูลงไป ระยะห่างในการปลูกประมาณ 8 - 10 ซม. 7.หลังจากที่ลงปลูกเสร็จเรียบร้อย ต่อจากนั้นทำการรดน้ำให้ชุ่มพอประมาณ การดูแลรักษา หลังจากที่เราปลูกเสร็จเรียบร้อย ในช่วงระยะสัปดาห์แรกให้เก็บไว้ในที่ร่มแดดร่ำไร รดน้ำวันละ 1 ครั้ง หลังจาก 1 สัปดาห์ไปแล้วให้นำไปตั้งกลางแดดได้เลย เพราะว่ากระเทียมถ้าเกิดเราต้องการให้เข้าลงหัวต้องให้อยู่กลางแจ้ง ซึ่งกระเทียมเป็นพืชที่ต้องการแสงแดด ระยะเวลาในการเจริญเติบโตจะขึ้นอยู่กับสายพันธ์ุของกระเทียม...

น้ำหมักจากมะนาว กำจัดวัชพืชกำจัดศัตรูพืช

0
สวัสดีสมาชิกผู้ทำเกษตรทุกท่านด้วยนะคะ ขอต้อนรับเข้าสู่เพจแนวทางเกษตร เกร็ดความรู้ ศูนย์รวมบทความไอเดียต่างๆด้านเกษตรโดยเฉพาะ สำหรับวันนี้เรามีเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับวิธีการทำน้ำหมักอเนกประสงค์จากมะนาว เนื่องด้วยฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลของมะนาว มะนาวจะสุกจะเยอะ เราไม่สามารถที่จะนำมาบริโภคจนหมด เราก็เลยนำมาประยุกต์ใช้ในการทำน้ำยา เพื่อที่จะใช้งานในด้านต่างๆ อย่างเช่น เป็นน้ำยาไล่แมลง  สารกำจัดวัชพืช และการนำไปชำระล้างทำความสะอาด คราบไขมัน คราบสบู่ต่างๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดและวิธีการทำอย่างไรนั้น เราไปรับชมกันเลยค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1.มะนาว 1.5 กก. 2.มีด 3.เขียง 4.น้ำตาลทรายแดง 5.ช้อน 6.หัวเชื้อจุลินทรีย์ 7.น้ำสะอาด 8.ถังหมักพร้อมฝาปิด วิธีการทำ 1.นำมะนาวมาหั่นให้มีชิ้นขนาดเล็ก เพระจะช่วยในการย่อยสลายที่ง่าย 2.เมื่อหั่นมะนาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำไปใส่ในถังหมักได้เลย 3.จากนั้นเติมน้ำตาลทรายแดงลงไป 600 กรัม (6 ช้อนแกง) 4.เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ลงไป 2 ช้อนแกง 6.หลังจากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไป 1.5 ลิตร 7.เมื่อใส่ผสมเสร็จเรียบร้อย คนส่วนผสมทุกอย่างให้ละลายเข้ากัน 8.หลังจากที่คนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว นำฝามาปิดภาชนะหมักให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันแมลงต่างๆ การเก็บรักษา หลังจากที่เราทำเสร็จแล้ว จะนำไปเก็บไว้ในที่ร่มอากศถ่ายเทได้ดี ซึ่งจะใช้ระยะะเวลาในการหมักประมาณ 7 วัน ก็สามารถที่จะนำไปใช้งานได้เลย ตัวอย่าง น้ำหมักอเนกประสงค์จากมะนาว ที่พร้อมใช้งานแล้ว วิธีการนำไปใช้งาน สำหรับการนำไปใช้งาน วิธีการชำระล้างคราบไขมัน คราบสบู่ต่างๆจะใช้น้ำหมักอเนกประสงค์จากมะนาว ในอัตราส่วน 100 ซีซี ต่อน้ำ 5 ลิตร หรือใช้เป็นน้ำยาล้างจาน จะใช้ในอัตราส่วน 50 ซีซี ต่อน้ำไม่เกิน 10 ลิตร ซึ่งสามารถนำไปผสมน้ำแล้วนำไปใช้งานได้เลย ส่วนนำไปใช้ในด้านทางการเกษตร ใช้สำหรับเป็นสารไล่แมลงจะใช้เป็นน้ำหมักอเนกประสงค์ 50...

ปลูกมะนาวในเข่ง ดูแลง่าย มีพื้นที่น้อยก็ปลูกได้

0
สวัสดีแฟนเพจ และทักทายสมาชิกเก่าและสมาชิกใหม่ทุกท่านด้วยค่ะ  สำหรับวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักการปลูกมะนาวในเข่ง สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยจำกัดก็สามารถที่จะปลูกได้ เคลื่อนย้ายได้ง่าย และสามารถบังคับมะนาวให้ออกนอกฤดูได้ อีกอย่างการดูแลรักษาก็ง่ายเช่นกัน  สำหรับคนที่ต้องการทำสวนมะนาวในระบบชิดสามารถที่จะปลูกใส่เข่งแล้วก็ไปตั้งในโรงเรือน เราสามารถที่จะบังคับให้ออกนอกฤดูทำให้มีมะนาวขายได้ตลอด ซึ่งจะมีรายละเอียดขั้นตอนในการทำอย่างไรนั้น เราไปรับชมกันค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1.กิ่งพันธ์ุมะนาว 2.เข่งพลาสติก 3. ดินปลูก 4.บัวรดน้ำพร้อมน้ำ 5.คัตเตอร์ วิธีการทำ 1.เมื่อเราดินปลูกใส่เข่งมาแล้วก็เตรียมหลุมปลูกในเข่งเลย โดยโกยดินบริเวณกลางเข่งออกเพื่อที่จะเปรียบเทียบความสูงของถุงเพาะ ให้ลักษณะของดินเดิมอยู่ต่ำกว่าปากเข่งอย่างน้อย 1-2 นิ้ว เพื่อเวลาที่เราทำการรดน้ำน้ำจะไม่ได้ล้นออกจากเข่งด้านนอก 2.หลังจากที่เราเตรียมตำแหน่งที่จะปลูกเรียบร้อยแล้ว เราจะยกกิ่งพันธ์ุขึ้นมาเพื่อที่จะใช้คัตเตอร์กรีดถุง เมื่อเรากรีดถุงเพาะเสร็จก็นำเอาถุงเพาะออก อย่าให้ดินแตกเพราะจะทำให้มะนาวโทรมหรือเหี่ยวได้ 3.จากนั้นก็เอาลงหลุมปลูกได้เลย ลักษณะในการเอาลงหลุมปลูกเราต้องจัดต้นมะนาวให้อยู่ตรงกลาง ตั้งให้ตรง หลังจากนั้นก็เริ่มโกยดินใส่ได้เลย โดยนำดินที่เตรียมไว้แล้วเอามากลบให้ถึงบริเวณดินเดิม มะนาวจะสามารถปรับสภาพได้เร็วขึ้น 4.เมื่อปลูกเสร็จแล้ว ก็ทำการรดน้ำให้ความชื้นไปถึงก้นเข่งเลย การดูแลรักษา สำหรับการดูแลรักษา หลังจากที่เราปลูกเสร็จแล้ว เราต้องการที่จะให้ติดดอกออกผลในเข่ง โดยปกติแล้วมะนาวจะเป็นพืชที่จะไม่ค่อยชอบน้ำ เราควรที่จะทำการรดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง การให้ปุ๋ยหลังจากสัปดาห์ที่ 3 เราก็จะให้ปุ๋ยทุกๆ 2 สัปดาห์ แต่ระยะแรกควรที่เก็บไว้ในเรือนเพาะชำก่อนประมาณ 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็ให้โดนแสงแดดได้และสามารถที่จะให้ปุ๋ยได้เลย ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับมะนาวเราควรที่จะหมั่นสังเกตโรคและแมลง ระยะเวลาที่มะนาวจะสามารถออกดอกออกผลได้จะใช้เวลา 6-7 เดือน การปลูกมะนาวในเข่ง สำหรับเพื่อนๆเกษตรกรที่กำลังสนใจการปลูกมะนาวแต่มีพื้นที่น้อยจำกัดก็สามารถที่จะนำวิธีนี้ไปปรับใช้ได้ เราก็จะมีมะนาวไว้รับประทานเองและที่สำคัญเราสามารถที่จะปล่อยให้มะนาวติดดอกออกผลได้ในเข่งเลยและก็สามารถที่จะบังคับให้ออกนอกฤดูได้ง่ายอีกด้วยค่ะ หากเพื่อนๆอ่านบทความแล้วยังไม่เข้าใจ สามารถรับชมคลิปวิดีโอที่แนบมาด้านล่างนี้ได้ค่ะ ในคลิกวิดีโอมีบอกรายละเอียดการทำทุกขั้นตอน หากชื่นชอบบทความก็อย่างลืมกดไลค์กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจในการเขียนบทความต่อๆไปด้วยนะคะ เขียนโดย แนวทางเกษตร เกร็ดความรู้ https://youtu.be/qks-DOG9ycU

Latest article

วิธีปักชำควบแน่นผักหวานป่า ให้ออกรากเร็ว เทคนิคจากเจ้าของสวนผักหวาน

0
สวัสดีสมาชิกทุกคนครับวันนี้มาพบเจอกันครั้งกับเว็บไซต์  me panya ศูนย์รวมเรื่องราวเกษตรดีๆมากมาย และมีบทความมานำเสนอผู้อ่านทุกวันเพื่อเป็นความรู้  วันนี้เรามีวิธีการปักชำควบแน่นผักหวานป่าให้ออกรากเร็วมานำเสนอครับ  เทคนิควิธีการทำวิธีนี้เป็นเทคนิคจากทาง อาจารย์  สุทัศน์ อุพลเถียร เจ้าของสวนสไบนาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม สำหรับรายละเอียดต่างๆและขั้นตอนการทำจะเป็นอย่างไรนั้นเชิญรับชมกันเลยครับ สำหรับการปักชำควบแน่นเป็นอีกหนึ่งวิธีในการขยายพันธุ์ของผักหวานป่า ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ทำง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ท่านที่ปลูกผักหวานอยู่แล้วควรนำวิธีนี้ไปทดลองดู ถ้าพร้อมก็แล้วไปรับชมวิธีการทำกันเลยครับ เตรียมอุปกรณ์ 1 ดินร่วนจากโคนต้นไม้ เป็นดินที่มีความชุ่มชื้นประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์...

เลี้ยงแหนแดงเสริมรายได้หลัก สร้างรายได้สูงสุด 45,000 บาท/เดือน

0
ทักทายเพื่อนๆเกษตรกรทุกท่านค่ะ สำหรับวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับ คุณลลิตา ปราบหลอด หรือ คุณหลิน เจ้าของFarm ฟาร์มสุข ตั้งอยู่ที่  ตำบลโนนทัน อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น คุณหลิน เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเริ่มจาการเลี้ยงกุ้ง และเริ่มจากการหาอาหารให้กุ้ง เลยได้นำแหนแดงจากพี่สาวที่ทำการเลี้ยงก่อนหน้านี้นำมาให้กุ้งกินเพื่อที่จะเป็นอาหารกุ้ง แต่ด้วยแหนแดงมีลักษณะการขยายพันธ์ุค่อนข้างที่จะเร็ว ซึ่งเริ่มแรกเอามาประมาณ 1-2 กิโลกรัม ผ่านไปไม่นานก็เริ่มขยายเต็มบ่อ หลังจากนั้นเลยลองเอาไปให้คนในชุมชน เพื่อเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง...

จากความชอบสู่อาชีพ การเลี้ยงนกกระทา สร้างรายได้ขั้นต่ำ ปีละ 50,000 บาท

0
ทักทายเพื่อนๆเกษตรกรทุกท่านค่ะ สำหรับวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ คุณเมนะกา ไชยมงคล หรือ คุณบ๋อม เจ้าของฟาร์มนกกระทา เชียงใหม่ By HomemadeHome ตั้งอยู่ที่ บ้านทุ่งข้าวตอก ตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ คุณบ๋อม เล่าให้ฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีเคยทำงานเป็นวิศวกรโยธา คุมงานก่อสร้างอยู่กรุงเทพฯเป็นระยะเวลาประมาณ 10 กว่าปี ซึ่งที่บ้านคุณตาได้อาศัยอยู่คนเดียว จากนั้นก็เลยตัดสินใจกลับบ้าน เพื่อกลับมาดูแลคุณตา...